TAG 100 ข้อ ( เยอะชิบ... )

posted on 09 May 2008 16:26 by kunkung  in Diary

 

 

                           

 

1.  กันต์คุงชื่อจริงว่า  กันต์กนิษฐ์  วงษ์กาญจนกุล   จริงๆแล้วเคยชื่อ  กันต์กนิษฐา   แต่มันยาวไป   กว่าจะเรียกจบกูเดินไปปากซอยแล้ว   เลยเปลี่ยนสระอามาเป็นการันต์แทน    แปลว่า  น้องสาวอันเป็นที่รักค่ะ

2.  มีชื่อจีนว่า หลี เข่อ เม่ย    ครูภาษาจีนที่ทำงานเก่าแม่ตั้งให้

3.  ชอบแทนตัวเองกับคนอายุมากกว่าว่า หนู  

4.  เกิดวันที่ 18 กันยายาน  2534   อยู่ราศีกันย์ของท่านชากะเน้~

5.  แคสเป็นฮาราโอะ     รุย   โคมุอิ  และไซโต้ ในไดอารี่ต่างๆ

6.  ผูกพันกับไดอายชีลด์มากที่สุด

7.  บ้านหลังแรกคือบอร์ดซามูไรดีปเปอร์เคียว   ตอนมันปิด  อีคุ่นร้องไห้หนักมากเพราะฟีลลิ่งมันคือ "เราไม่มีบ้านให้กลับไปแล้ว"       จนกระทั่งมาเจอไดอายชีลด์นี่ล่ะ...

8.  กันต์คุงชอบดงบังชินกิ    สมาชิกในวงที่ชอบที่สุดคือแจจุง

9.  เพลงเกาหลีที่ร้องได้เพลงแรกคือ HUG ของดงบังนั่นแหล่ะ

10.  มีเพลงอนิเมสะสมอยู่ในเครื่อง  136 เพลง   ถ้าชอบเพลงไหนเป็นพิเศษจะฝึกร้อง

11.  อนิเมที่อีคุ่นมีเพลงอยู่มากที่สุดคือGundam Seed - Seed Destiny    รวม 21 เพลง  

12.  คาแรกเตอร์ที่ตูชอบ  มันต้องเป็นเคะ!

13.  จริงๆแล้วอีคุ่นเป็นไบ

14.  ไม่ชอบคนที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิง   คิดแต่เรื่องอย่างว่ากับเพศแม่ตัวเองตลอดเวลา

15.  เป็นคนไม่ชอบผลงานของ อ.ชินโจ  มายู    แต่กลับได้อ่านทุกเรื่องเพราะเพื่อนชอบ  ( เวรกรรมจริงๆ )

16.  การ์ตูนวายที่อยากอ่านมากที่สุดตอนนี้คือ Viewfinder ของ อ.ยามาโนะ อามาเนะ    เพราะดันพีคอาซามิเฟยขึ้นมาอีกรอบ

17.  ยังตอบคำถามเพื่อนไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ว่าตกลงแล้วการ์ตูนเรื่อง "เมื่อผมกับเธอxxx"  ของค่ายบงกชนั่นน่ะ     มันวายหรือไม่วาย      ตูก็ยังแยกประเภทไม่ออกเหมือนกันว้อยยยย

18.  ถึงจะชอบ Y มากกว่านอร์มอล  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคู่นอร์มอลที่เชียร์

19.  คู่ Y มหาชนที่เกลียดเข้ากระดูกดำคือ  ยาชาโอ x อาชูร่า [ RG-Veda ]    ขนาดมันโตขึ้นมาแล้วก็ยังเกลียดอ่ะ!!       หึ๊ยยยยยยย    อย่าให้ต้องเซด...

20.  เวลาอ่านการ์ตูนมักไม่ค่อยชอบพระเอก  แต่ก็มีกรณียกเว้นอยู่บ้างนะคะ

21.  กลัวผีขึ้นสมอง.....แต่ดันชอบอ่านอะไรผีๆ...

22.  เป็นคนโง่เทคโนโลยีมาก     มือถือรุ่นเดอะของตัวเองจนบัดนี้ก็ยังใช้ได้ไม่แตกฉานเลยค่ะ OTZ

23.  มีดาวินชี่โค้ดอยู่ที่บ้านมาจะปีนึงแล้วแต่ยังอ่านไปได้แค่ครึ่งเล่ม

24.  เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์   อีคุ่นชอบป๋าดัมที่ซู๊ดดดด~~

25.  โรงเรียนพิศวงทั้งสี่เล่ม   ยืมเพื่อนอ่าน  ( อ๊ากกกก หนูขอโทษ~~ )  แต่ศิลปฆาตกรรมนี่ซื้อเองค่ะ

26.  คอสครั้งแรกตอน ม.2  เป็น คุโรซาวะ  คุโรอิ พระเอกจากเรื่องโรงเรียนพิศวงนั่นแหล่ะ    ฮามากที่รู้ว่าเป็นกลุ่มแรกที่คอสเรื่องนี้กัน      อ๊างสุดๆที่อีกกลุ่มมีคนคอสไซโต้ด้วยถ้าจำไม่ผิดนะ

27.  คอสครั้งที่สองเป็นกระต่ายสีเหลืองจากเรื่อง Happy  Three  Friends  ชื่อว่า คัดเดิ้ล

28.  เพื่อนทางเน็ตที่เก่าแก่ที่สุดคือ ป้ายูกิ  >3<   เป็นเพื่อนคนแรกในชีวิตที่ได้มานอนค้างที่บ้านด้วยล่ะค่ะ

29.  เคยโดนจับประกวดร้องเพลงตอนอยู่อนุบาล 3!     โครงการอะไรก็ไม่รู้อ่ะ  คนประกวดกันโคตรเยอะ =[]=   ปรากฏว่าติด 1 ใน 6 คนได้รางวัลชมเชยมาซะงั้น

30.   ที่สามได้ถ้วยรางวัล  ชมเชยได้สีเทียนมากล่องนึง   ไอ้เห็ด....  รู้งี้กูแอ๊บแบ๊วกว่าเดิมก็ดีหรอกฟ่ะ...

31.  ถึงตอนเด็กๆจะเคยเสียงใสแจ๋วแต่มันก็เป็นอดีตไปแล้ว     เดี๋ยวนี้เสียงอีคุ่นหยั่งกะกะละมังแตกแน่ะ  55555    

32.  สนิทกับอาจารย์ตอนประถมมากที่สุด

33.  เคยเจอผีที่โรงเรียนด้วยเพราะว่าเป็นโรงเรียนวัด  แล้วก็มันสร้างทับป่าช้า    และบังเอิ๊ญญญ บังเอิญ ปีที่เจอนั่นน่ะดันได้อยู่ห้องที่ตรงกับเมรุพอดิบพอดีด้วย    อา....องค์ประกอบครบเซตเป็นคอมโบทีเดียว

34.  วีรกรรมตอนเด็กที่แสบที่สุดคือเอาขยะไปปาหน้าบ้านคนที่ไม่ชอบหน้า  ( เลวจริงตรู.... )  จนเขาไม่ยอมแชร์ค่าไฟถนนกะค่ายามเป็นการประท้วง

35.  อีคุ่นไม่กินเผ็ด

36.  อีคุ่นไม่ชอบผักสดทุกชนิด

37.  ไม่ชอบแต่งตัวแบบสาวน้อยเท่าไหร่   แต่กลับมีสกิลแม่บ้าน   ทำงานบ้านเป็น   ทำกับข้าวได้   เย็บปักถักร้อยล่ะชอบ--

38.  เครื่องดนตรีเล่นเป็นอยู่แค่สองชนิดคือ อังกะลุง กับ กลองยาว ( เมิงขัดกะสกิลสาวน้อยข้างบนมาก... )

39.  อยากลองหัดกีต้าร์โปร่ง  แต่จริงๆแล้วชอบเสียงไวโอลินมากที่สุดแต่คิดว่าถึงเรียนไปก็คงไม่มีปัญญาซื้อ

40.  ชาติหน้าถ้าเลือกเกิดได้อยากเกิดเป็นหนุ่มแว่นหน้าตาดี   เพอร์เฟ็คในทุกๆด้าน

41.  เป็นคนที่ดูรักแห่งสยามแล้วเฉยๆ   

42.  อินเลิฟทีไรก็ต้องรักเขาข้างเดียวทุกทีสิน่า

43.  รักแรกตอน ป.6   มันเป็นเด็กผู้ชายร่วมห้องคนหนึ่งชื่อ  ไอ้เป๊าะ  ค่ะ     สิ้นรักไปตอนมาหลอกให้อิชั้นกินผงแฟ้บเล่นๆเอาฮา   แต่ว่ากรูไม่ฮา  เพราะเมิงจะฆ่ากรู

44.  ตลอดชีวิตการศึกษา  เป็นเบ๊เค้าตลอดศก

45.  ตอนเด็กๆเคยเข้าไปรื้อห้องพี่ชายแล้วเจอหนังสือโป๊    ด้วยความไร้เดียงสาสมัยนั้น   เลยอ่านจนไป 2 เล่ม     ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

46.  รูปที่ใหญ่ที่สุดคือเคยวาดคือ 15*22 นิ้ว   เป็นรูปรวมของอายชีลด์ 21 ที่ทำส่งอาจารย์ไป

 

Photobucket

 

พลาสเตอร์ที่หน้าผากฮิรุม่า   ของจริงด้วยนะคะ   55555    ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชุดนักเรียนโอะมันสีน้ำเงินกับเหลืองต่างหาก      อา....เลยลงสีผิดเลย

47.  อีคุ่นไม่เคยไปต่างประเทศเลยแฮะ

48.  อยากไปเที่ยวอียิปต์   รองลงมาคือพวกอิตาลี  โรม ที่มันโกธิคๆดู Trinity Blood ดี

49.  นับถือวง FLOW มาก   ไอ้สองคนนั่นทำไมมันร้องเพราะจังวะ!!   อยากกราบงามๆสักครั้งหนึ่งที่ร้องเพลงประกอบอนิเมได้เพราะขนาดนี้      เพลงที่เปิดอยู่นี่ถึงไม่เป็นเพลงอนิเมแต่ก็เป็นหนังที่สร้างจากการ์ตูนล่ะคะ  ( นักสืบ Q ไง )   คือแบบ.....  ทำไมแกร้องกี่เพลงมันก็ติด Top hit ของตรูทุกครั้งเลยฟร้า~~  ชอบว้อยยยย

50.  วงการบันเทิงฝ่ายหญิงที่ชอบสุดคือ อูทาดะ ฮิคารุ   เสียง she เทพมาก  ทั้ง passion ทั้ง simple and clean  ฟังแล้วขนลุกอ่ะเลยเฉือนชนะเจ๊มิกะไปได้

51.  คอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิตคือ คอนดงบังวันที่ 15 ธันวาคม   บัตรที่นั่งโซน M แถว Q หมายเลข 07  ราคา 800 บาท    เป็นคอนที่เคล้าน้ำตามากเพราะซาบซึ้งที่ได้มีบุญมาดูคอนแล้วว้อย TT^TT

52.  อยากให้มีจัดบิ๊กคอนเสิร์ตที่ร้องแต่เพลงอนิเมชั่นสักครั้งในประเทศไทย     เอาแบบให้นักร้องแต่งคอสเพลย์ขึ้นเวทีด้วยยิ่งแจ่ม

53.  อีคุ่นมีอะไรขัดแย้งกันในตัวเองเยอะแยะ

54.  เป็นคนเขียนคำว่า Stawberry แบบภาษาไทยได้ไม่เคยซ้ำกันซะที   สตอว์เบอรี่    สตอเบอร์รี่  สตอว์เบอร์รี่    ตกลงมันต้องเขียนยังไงกันแน่ฟร้า~~~~

55.  เคยนั่งซึมงี่เง่าตอนจะขึ้น ม.1 ว่าทำไมไม่มีจดหมายจากฮอกวอตส์มาถึงกรู....

56.  เป็นคนไม่ชอบพวกแด๊ะแด๋แก่แดด     รักสวยรักงามจนเกินพอดี    ไม่สนใจกาลเทศะ

57.  อีคุ่นนวดทั้งตัวเป็นนะค๊าบบบ    นวดแบบกายภาพบำบัดก็ได้ ( ฮา )

58.  ตอนนี้นิสัยตอนเด็กๆเปลี่ยนไปแล้ว    กลายเป็นพวกที่ถ้าไม่ชอบใคร ก็จะไม่แสดงออกให้มันรู้

59.   การกอดเป็นการแสดงความรักที่อีคุ่นชอบมากที่สุด  เวลาชอบหรือรู้สึกเป็นมิตรกับใครก็จะกอดคนนั้น   แต่บางคนที่ยังไม่ได้กอด   บางครั้งอาจจะเป็นเพราะโอกาสยังไม่เอื้ออำนวยก็ได้  =w="

60.  ชอบควงแขน   โอบไหล่    เกาะบ่า    เล่นมือ

61.  คิดว่าการสัมผัสตัวคนอื่นและการที่เขายอมให้เราสัมผัส   มันแสดงออกถึงการสนิทไว้ใจซึ่งกันและกันดีนะ

62.  ครอบครัวเป็นคนหัวโบราณมากเลยค่อนข้างโดนเคร่งเรื่องมารยาทต่างๆ OTZ     

63.  แต่พ่อแม่จะรู้บ้างไหมนะว่าจริงๆแล้วลูกสาวตัวเองฉ่อยสิ้นดี  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

64.  เกลียดน้องชายตัวเองสุดๆ

65.  เพราะมันทำให้อีคุ่นไม่ชอบเด็ก  และไม่อยากมีลูก

66.  มันชอบอวดตัวเองว่ากูเก่งแล้วด่าหนูว่าควาย   - -    น่าหัวเราะ      เก่งจั๊งงง   แล้วไอ้อัจฉริยะที่ไหนวะมันหันมาถามควายตัวนี้ว่า Repair อ่านว่าอะไร      ใครวะเล่นเกมทีเจอภาษาอังกฤษหน่อยก็ต้องหันมาพึงบุญบารมีกูแปลให้      พิมพ์งานเวิร์ดกระจอกๆห่าเห่ออะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง       คอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องเล่นเป็นแต่เกมอย่างเดียว       ไอ้สวะเอ้ย...   อ่อนกว่ากูแค่สองปีแต่โง่ดักดานเป็นเด็กอนุบาลหนึ่งเลยนะ?

67.  ข้างบนนั่น   สันดานดิบที่แท้ของอีคุ่นที่สงวนไว้ใช้กับน้องชายเอง......หึหึหึ......หึๆๆๆๆๆๆๆๆ

68.  อีคุ่นมีสำนวนการพูดจาในเน็ตที่ดูเป็นเด็กมาก    เลยถูกทายอายุผิดมานักต่อนักแล้ว....

69.  หรือจะเป็นเพราะเวลาเจอใครก็เรียกพี่ไว้ก่อนนะ ( ฮา )

70.  เอนท์เข้าอักษรศาสตร์ดีกว่าแฮะ    ไปทางศิลป์ๆมันท่าทางจะ...เอ่อ...

71.  มารู้สึกว่าไม่น่ามาเรียนสายวิทย์เลยเอาตอนที่สายไปแล้วอ้ะ  = ="

72.  อีคุ่นมีสกิลรู้จักคนดัง  แต่มักจะไม่รู้ซะเอง  ว่าคนๆนั่นน่ะดัง  

73.  ยกตัวอย่างใน thaibg.com   ไปด่ากันแบบฮาๆอยู่กับยัยเจ๊คนหนึ่ง      ตลกมาก   คือทั้งกระดานแชทมีแต่เรากับเจ๊คนนั้นที่คุยกันอยู่อย่างบ้าคลั่งเลยอ่ะ      ปรากฏมารู้เอาทีหลัง    ว่าเจ๊คนนั้นเค้าคือเว็บมาสเตอร์ของเว็บไทยบีจีเอง   OTZ    ( ยังดีตรูไม่โดนแบนยูสเซอร์เนมข้อหาหมั่นไส้นะนี่ )

74.  เล่นโกะเป็น    แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรกับมันมากแล้ว

75.  ถนัดเล่นหมากข้ามที่สุด XD

76.  กำลังว้อนท์จะตัดชุด + ซื้อวิกแบบฮาราโอะเป็นอย่างมาก

77.  สิ่งที่ขัดขวางความสุขตรูอยู่คือคำว่า "ไม่มีตังค์"

78.  อยากรวยจังเลยน้า-----

79.  ไม่ชอบอะไรตามกระแส   และไม่มีใครมาบังคับให้เราชอบอะไรที่เราไม่ชอบได้

80.  สิ่งที่สำคัญกว่า Charecter คือ Plot

81.  เรื่องที่ทำให้ร้องไห้ล่าสุดคือ หนังเรื่อง Click   ไอ้รีโมตที่ย้อนหรือเร่งเวลาในชีวิตประจำวันได้อ่ะ  ฉากที่พระเอกโดนเร่งเวลาไปจนถึงตอนที่ตัวเองกำลังจะตายและพบว่าลูกชายกำลังจะให้ความสำคัญกับงานมากกว่าครอบครัวซึงเหมือนกับตัวเองในอดีต    พระเอกก็เลยฝืนสังขารล้มลุกคลุกคลานออกมาท่ามกลางสายฝนเพื่อมาหาลูกแล้วบอกให้ลูกสนใจครอบครัว    ครอบครัว    ครอบครัว    ครอบครัว

82.  ดูคอร์ปไบรด์แล้วก็ร้องไห้    การแต่งงานนี่มันซาบซึ้งชะมัด

83.  ชั่วโมงวิทยาศาสตร์จะน่าสนุกขึ้นถ้าอาจารยืสอนเรื่องดาราศาสตร์   โดยเฉพาะเวลาขึ้นหัวข้อกลุ่มดาวสิบสองราศี

84.  อา.....ไปเซนต์เซย่าซะแล้วไหมล่ะ

85.  พวกโกลด์เซนต์ออกโรงทีไร   อีคุ่นกรี๊ดสลบทุกที

86.  ปกติไม่ได้เป็นคนโกรธใครง่ายๆ   ถ้าโกรธใครขึ้นมา  แสดงว่าต้องสุดจะทนแน่ๆ

87.  มักจะคิดถึงอดีตมากกว่าอนาคต  แล้วก็ทบทวนว่าการกระทำของตัวเองที่ผ่านมามีอะไรที่ไปทำร้ายคนอื่นเขาบ้าง   จะได้เลิกทำเสีย

88.  ตอนอยู่ที่บ้าน   โรงเรียน   กับเพื่อนๆ  จะเป็นคนละคนกัน

89.  รำคาญพวกแอดเอ็มแล้วถามว่า "คุณเป็นใครน่ะ" มากที่สุดในโลก    ประทานโทษเถอะค่ะ     ข่าวว่าแกเป็นฝ่ายแอดฉันมาเองนะว้อย!      เลยบล็อกแม่ง -*-

90.  เคยโดนพูดใส่หน้าทำนองว่า "เปรตมาเปรตมา  วู้ๆ  เปรต   อย่างกะเสาไฟฟ้าเดินได้"   มันก็เลยเหมือนกับกลายมาเป็นปมด้อยเราอ่ะ...

91.  เลยติดนิสัยเดินหลังค่อมให้ดูตัวเตี้ยลง

92.  แต่ว่าเดี๋ยวนี้เวลาโดนพูดถึงเรื่องความสูงก็ไม่ได้อะไรแล้วล่ะค่ะ   เข้าใจว่าก็แค่แซวเล่น  =w=;;

93.  จบ ม.6 เมื่อไหร่อยากไปเที่ยวทะเลกับเพื่อน

94.  อยากลองไปนอนค้างบ้านเพื่อนสักครั้ง

95.  ทำของแฮนด์เมคในลูกตัวเองเสร็จไปสองชิ้นแล้ว  คือผ้าปักลายกับพวงกุญแจครอสติช

96.  เป็นมนุษย์ขี้เกียจหาตัวจับยาก  แต่ถ้าได้ทำอะไรที่ชอบก็จะขยันทำ

97.  ชอบแมวมากกว่าหมา   กะว่าถ้ามีโอกาสเลี้ยงอีกอยากได้แมวสีดำไม่ก็ลายเสือสีเทา

98.  หลงรักความเป็นลูกผู้ชายของบัมบ้า  มาโมรุ

99.  เคยร้องไห้งี่เง่าให้ฟาโรห์คนหนึ่ง

100.  คนๆนั้นชื่อ ฮาราโอะ  คิมินาริ เด็กผู้ชายที่ฉันรักมากที่สุดค่ะ!

 

 

รักฮาราโอะจังเลยน้า---------------------

 

 

[Fic] อัลเดบารัน x มู -Happy Kiss-

posted on 08 May 2008 20:19 by kunkung  in Fiction

 

Title : Happy Kiss

Auther : KUN

Pairing : ทอรัส อัลเดบารัน x แอเรียส มู

Category : Romance

Auther note : เรื่องที่สามในชีวิตที่แต่งจบ    เป็นแฟนฟิค Saint Seiya ที่แต่งเพื่อสุขสันต์วันเกิดลุงอัลเดบารันโดยเฉพาะค่ะ       ดั๊นนนน มาเกิดใกล้ๆคนดังอย่างคุณฮิบาริ     เลยจากที่ปกติโดนลืมอยู่แล้วเลยยิ่งถูกลืมเข้าไปใหญ่  TT^TT  หวังว่าคงไม่ใช่บลอคเดียวที่มาอัพสุขสันต์วันเกิดลุงนะคะเนี่ย...

Warning : ไม่ชอบคู่บิวตี้แอนท์เดอะบีทส์   ก็ปิดไปซะเต๊อะ... ( อีคุ่นชอบ~~ )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

8  พฤษภาคม

 

 

 

 

 

 

            ทอรัส   อัลเดบารันกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนด้านข้างของวิหาร 12 ราศีภายใต้ต้นไม้ใหญ่อันร่มรื่น        ร่างกายของเขาสูงตระหง่านบึกบึนสมชายชาตรีดูน่าเกรงขามแต่กลับไม่เป็นที่หวาดกลัวของเด็กๆดังที่ใครๆเคยคาดการณ์ไว้        ไกลออกไปจากใต้เงาไม้ที่เขาหยุดยืนอยู่     ทั้งเด็กหญิงและเด็กชายคละเคล้าอายุต่างวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานและตรงดิ่งมาทางอัลเดบารันทันทีที่เห็น       เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังขึ้นทันทีเมื่อโกลด์เซนต์วัวทองคนนี้ยิ้มรับและจับตัวเด็กคนหนึ่งขึ้นขี่หลังอย่างไม่ถือตัว 

 

 

 

 

 

 

            "ท่านลุงๆ    ขอข้าขึ้นหลังบ้าง    ขอข้าบ้างนะท่านลุง"

 

 

 

 

 

 

 

            ท่านลุง?   

 

 

 

 

อัลเดบารันถึงกับชะงักเมื่อโดนเรียกด้วยสรรพนามที่แก่เกินตัวแบบนั้น   แต่ท้ายที่สุดก็ต้องหัวเราะให้กับความซื่อของเด็กน้อยที่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาเพิ่งอายุ 20 เองต่างหาก     - -   เอาเถอะ   ลุงก็ลุง   ก็หน้าเขาอ่อนวัยเหมือนเพื่อนร่วมรุ่นเสียที่ไหนกันเล่า

 

 

 

 

 

 

            "ฮ่าๆๆ  ได้สิ   งั้นเดี๋ยวลุงจะอุ้มขึ้นหลังทีละคนก็แล้วกันนะ"

 

 

 

 

 

            อัลเดบารันจับเด็กคนนู้นบ้างคนนี้บ้างขึ้นขี่หลังตัวเองพร้อมหัวเราะ       นานๆทีก็แกล้งทำท่าจะหงายหลังจนเด็กผู้หญิงส่งเสียงวี๊ดว้ายกันให้ต้องขบขัน      ไม่ได้รู้ตัวเอาเสียเลยว่าท่าทางผ่อนคลายแบบนั้นกำลังถูกมองด้วยความสนุกไม่แพ้กันจากสายตาของใครอีกคน

       

 

   

            แอเรียส  มู   โกลด์เซนต์ราศีเมษในชุดลำลองยืนกอดอกพิงต้นไม้อยู่ห่างออกไปจากจุดที่อัลเดบารันกำลังเล่นกับเด็กอยู่หลายช่วงนัก      เขาแอบตามทอรัสผู้นี้ออกมาเงียบๆตั้งแต่ชายหนุ่มเดินผ่านปราสาทแอเรียสออกมาข้างนอกวิหารแล้ว        แต่ก็ไม่นึกว่าคนตัวโตท่าทางน่ากลัวอย่างอัลเดบารันจะเป็นที่นิยมชมชอบของเด็กๆได้มากถึงขนาดนี้

 

 

 

 

            มุมปากของมูยกยิ้มอย่างอดไม่ได้       ความสุขของอัลเดบารันที่แท้จริงแล้วอาจจะเป็นวันเวลาแบบนี้ก็ได้   - -  วันเวลาที่ปราศจากสงครามและได้อยู่ท่ามกลางแซงทัวรี่ที่แสนสงบสุข

 

 

 

 

 

 

 

            "พี่สาวๆ  ไม่ไปเล่นด้วยกันหน่อยหรอ"

 

 

 

 

 

            รอยยิ้มของมูวาดขึ้นด้วยความเอ็นดูทั้งที่ตัวเองถูกเข้าใจผิดไปกันใหญ่แต่กระนั้นก็หาได้ถือสาความไม่รู้ทันของร่างเล็กๆที่มากระตุกชายเสื้อไม่       เด็กชายที่อายุไม่ถึงเก้าขวบปีดีนั้นชะงักก่อนหน้าแดงไปถึงหลังหูเมื่อเห็นว่าคนที่ตนทักไม่ได้เป็น 'พี่สาว' อย่างที่คิดในตอนแรก    แต่ว่าเป็นพี่ชายต่างหาก  

 

 

 

 

 

 

            "มะ.....ไม่สิ...  เอ่อ      พี่ชาย    ไม่ไปเล่นด้วยกันหน่อยหรอ    ท่านลุงอัลเดบารันน่ะใจดีมากเลยนะ"

 

 

 

 

            "จริงหรือ    ท่านลุงร่างโตท่าทางน่ากลัวคนนั้นน่ะหรือ?"     มูแกล้งถาม    เด็กชายพยักหน้าหงึกๆรัวเร็ว      แต่ก็ละความสนใจจากมูเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนเรียกให้เข้าไปเล่นด้วยกัน

 

 

 

 

 

            "ถ้าพี่ชายอยากให้ท่านลุงอันเดบารันอุ้มบ้าง   ก็ลองขอดีๆนะ"

 

 

 

 

 

            เด็กชายทิ้งทวนพลางวิ่งยิ้มร่าเข้าไปหากลุ่มเพื่อนที่รายล้อมอัลเดบารันอยู่      มูถึงกับหลุดหัวเราะเล็กน้อยหลังจากที่ไม่ได้หัวเราะมานาน     - -     ทอรัส  อัลเดบารัน อุ้มแอเรียส  มู เนี่ยนะ     คงได้กลายเป็นข่าวให้พวกโกลด์เซนต์คนอื่นๆหัวเราะขำเอาทีหลังน่ะสิ  

 

 

 

 

            ร่างโปร่งบางพิงกายเข้ากับต้นไม้เช่นเดิม   แต่แล้วก็ทำได้ไม่นานนักเมื่ออัลเดบารันที่กำลังเล่นกับเด็กอยู่ดีๆกลับเงยหน้าขึ้นมองเด็กชายคนเมื่อครู่ที่วิ่งเข้ามาร่วมกลุ่มทำให้พลอยประสานสายตาเข้ากับมูที่อยู่เบื้องหลังเข้าพอดี     - -      อัลเดบารันชะงัก    ก่อนจะหน้าแดงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย        ร่างของเด็กคนล่าสุดที่ถูกแบกอยู่บนบ่าโดนจับวางลงบนพื้นด้วยความนิ่มนวลพลางถูกรุนหลังให้พาเพื่อนไปวิ่งเล่นกันที่อื่น       ในตอนแรกเมื่อโดนผลักไสเช่นนั้นหลายคนก็ทำท่าจะงอแงที่ยังไม่ได้ขึ้นหลังท่านลุงเลย      แต่เมื่ออัลเดบารันสัญญาว่าคราวหน้าจะพาออกไปเที่ยวในตลาดด้วยจึงค่อยยอมรวมกลุ่มกันวิ่งไล่จับห่างออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข

 

 

 

 

 

            อัลเดบารันมองส่งกลุ่มของพวกเด็กๆไปจนเห็นว่าอยู่ในบริเวณที่มีผู้ใหญ่คอยดูแลแล้วจึงค่อยหลังหลังกลับมาทางทิศที่มูยืนอยู่           ร่างสูงเกาแก้มแกรกๆเมื่อเห็นใบหน้าของมูมีรอยยิ้มบางอยู่เช่นนั้น        ขาสองข้างก้าวเข้าไปหา   แต่ในใจนั้นยังเขินคนๆนี้ไม่หาย

 

 

 

 

 

 

            "ข้าก็เพิ่งรู้ว่าโกลด์เซนต์ที่ปกติจะอยู่แต่ในปราสาทอย่างท่านจะเป็นที่นิมยมชมชอบของเด็กๆได้มากถึงขนาดนี้"     

 

 

 

 

            มูเป็นฝ่ายเอ่ยแซว     อัลเดบารันเลยต้องยิ่งหาวิธีแก้เก้อไปกันใหญ่

 

 

 

 

 

            "ก็ไม่รู้ว่าข้าเป็นโกลด์เซนต์กันสักคนนี่นา     ถ้ารู้คงจะเกรงกันหมดไม่กล้ามาเล่นด้วยแบบนี้หรอก"

 

 

 

 

 

            มูหัวเราะ  - -   วงหน้าของโกลด์เซนต์ราศีเมษผู้นี้แม้จะดูออกบ้างว่าเป็นผู้ชายแต่ก็หวานจับตานัก     ยิ่งเวลายิ้มแย้มแบบนี้แล้วก็ยิ่งน่ามอง         อัลเดบารันเลยเผลอจ้องไปชั่ววินาทีหนึ่งก่อนที่จะได้สติเฉไฉมองฟ้ามองดินไปเสีย

 

 

 

 

            "ท่านก็เป็นเอาซะอย่างนี้    ตอนอยู่ในปราสาทวางก้ามเสียใหญ่โต     ที่ไหนได้พออยู่ต่อหน้าเด็กๆแล้วกลายเป็นคุณลุงใจดีไปได้แน่ะ"   มูว่า  

 

 

 

 

"เด็กผู้ชายคนดำคนหนึ่งบอกกับข้าด้วยว่าถ้าอยากให้ท่านอุ้มข้าบ้าง   ต้องไปขอร้องดีๆ"

 

 

 

 

            คู่สนทนาถึงกับต่อประโยคไม่ถูก  เมื่อนึกภาพเขาช้อนร่างของมูไว้ในอ้อมแขนแล้วพาเดินไปไหนต่อไหน   - -    ช่างเป็นความรู้สึกที่ชวนเขินอายเกินกว่าจะพูดอะไรออก...

 

 

 

 

            ".....แต่ข้าว่าแขนท่านเก็บไว้อุ้มแต่พวกเด็กๆคงจะดีกว่า   จริงไหม"    มูยกมือหนึ่งขึ้นปิดปากเพื่อหยุดรอยยิ้มอายระคนขบขันนั้น       หารู้ไม่ว่าในใจของวัวทองร่างยักษ์ข้างๆกำลังเต้นครึกโครมไม่เป็นจังหวะ

 

 

 

            "แล้วเจ้าล่ะ   ออกมาเดินท่อมๆแอบดูข้าแบบนี้มีธุระอะไรรึมู"

 

 

 

            อัลเดบารันถาม    พยายามหาทางเปลี่ยนเรื่องก่อนที่ตัวเองจะยิ่งรู้สึกแปลกประหลาดไปกันใหญ่     และสิ่งที่ได้รับนั้นก็เป็นคำตอบอันไม่คาดฝัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            "วันเกิดข้า?"

 

 

 

            "วันเกิดท่าน"  มูย้ำบอก

 

 

 

            "......."  ทอรัส  อัลเดบารันยิ่งอึ้งเมื่อร่างเพรียวด้านข้างนี่บอกว่าจำวันเกิดของเขาได้   และแอบเดินตามหลังมาถึงที่นี่ก็เพื่ออวยพรให้นั่นเอง

 

 

 

            "ข้าไม่ชอบวิธีทำเป็นแกล้งลืมแล้วค่อยมาอวยพรเอาเป็นคนสุดท้าย     น่าประทับใจจริงอยู่     แต่ข้าชอบเป็นคนแรกมากกว่า"

 

 

 

            "เอ่อ...."    ท่อนแขนสองข้างดูเกะกะขึ้นมาทันตาในเวลาแบบนี้     อัลเดบารันสูงกว่ามูหลายเซนติเมตรอยู่ทำให้เวลาคุยต้องก้มลงมอง     แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับก้มหน้าลงพื้นหนักกว่าเก่าเสียอีกเมื่อรู้สึกเก้อเขินมากจนไม่กล้ามองหน้ามูขึ้นมาเอาซะเฉยๆ

 

 

 

            "เอ่อข้า.....ขอบใจเจ้า"   ปกแล้วเวลามีใครมาพูดอะไรตรงๆกับอัลเดบารันแบบนี้      ร่างสูงจะหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างถูกใจ      ตบไหล่ป้าบๆ         แต่ไม่รู้ทำไมกับแอเรียส   มูผู้นี้       ถ้อยคำตรงไปตรงมากลับทำให้เขาทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเช่นนี้ได้

 

 

            "ข้ายังไม่ทันได้อวยพรท่านเลย  อัลเดบารัน"  มูพูดยิ้มๆ      นอกเหนือเวลาสบายๆมูก็จะเขร่งขรึมเยือกเย็นสมเป็นมูคนเก่าที่ใครๆรู้จัก    แต่กับโกลด์เซนต์ราศีพฤษภ    ไม่รู้เหตุใดรอยยิ้มของแกะทองคำที่เคยเยือกเย็นนี้ถึงได้ผุดออกมาเอาง่ายๆ

 

 

 

            อัลเดบารันยิ่งเขินหนักเข้าไปใหญ่แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมามากมายนัก   - -     สายลมเย็นเงียบสงบพัดผ่านสองร่างที่ยืนคุยกันอย่างอ่อนบาง      ...นี่รอบข้างเหลือเพียงเขากับแอเรียส  มู ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี่

 

 

 

 

 

            "ข้าขอให้ท่านมีความสุขมากๆ     ดำรงรักษาปณิธานของตนเองเอาไว้ได้อย่างมั่นคงนะ"      มูอวยพร   ช่างเป็นคำอวยพรที่สั้นนักแต่ก็มีเนื้อความที่ดี    ปณิธานของเซนต์ที่ปกป้องรักษาอาเธน่า      ปณิธานของโกลด์เซนต์สิบสองราศีที่ยอมตายได้ดีกว่าให้ศัตรูผ่านปราสาทไป  - -   มูอวยพรให้ชายหนุ่มเอาชนะศัตรูได้ทุกคนนั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

            "ข้าขอบใจ.....เจ้า"   อัลเดบารันเอ่ยหลังจากนิ่งไปนาน     ความปรารถนาดีอันอบอุ่นของมูถูกส่งผ่านคำอวยพรนั้นทำให้อัลเดบารันดีใจ         ร่างเพรียวเองก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วก้มหน้าลงรับคำขอบคุณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ".... ..เอ่อ...............แล้วเจ้า       เอ่อ....จะว่าอะไรไหมถ้าข้า...."

 

 

 

 

 

 

            มูเลิกคิ้วกลมๆสองข้างนั้นขึ้นเมื่อคนตัวโตกว่าทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง    - -    โหนกแก้มของอัลเดบารันเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด    แล้วท่าทีก็ดูเลิ่กลั่กขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

 

           

 

            "ท่านทำไมหรือ?"

 

 

 

            "ข้า............เอ่อ.......เจ้า..."

 

 

 

 

            มูมองหน้าเจ้าของวันเกิดอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ร่างสูงต้องการจะสื่อ

 

 

 

            "ข้า?"

 

 

 

 

            อัลเดบารันอายตัวเองนัก  - -  ผิวหน้าหยาบกร้านของเขามันร้อนผ่าวมากเหลือเกินและยิ่งเมื่อมองท่าทางสงสัยของมูด้วยแล้วก็ยิ่งเขินมากขึ้นอีก       ถ้าหากโกลด์เซนต์คนอื่นๆมาล่วงรู้ว่าชายร่างโตอย่างเขามายืนเก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูกต่อหน้ามูอยู่นี่     ไม่รู้ว่าจะโดนล้อมากมายแค่ไหนนะ

 

 

 

 

            "ท่านมีอะไรกับข้างั้นหรือ อัลเดบารัน   เอ่อ...ถ้าเป็นเรื่องของขวัญเดี๋ยวข้า..."

 

 

            "ไม่ใช่เรื่องนั้น"

 

 

 

 

            อัลดาบารันคิดว่ายามนี้ตนเองคงจะหน้าแดงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว   อา.....  ช่างเสียมาดวัวทองแห่งวิหารหลังที่สองนัก     - -    มูยังคงไม่เข้าใจแต่ได้แต่มองหน้าชายหนุ่มด้วยความฉงน       เห็นทีการยืนบื้อไม่ได้เรื่องได้ราวนี้คงจะไม่ใช่ทางออกที่ดีแน่

 

 

            ร่างสูงจำใจต้องข่มความกระดากของตัวเองลงแล้วก้มหน้าลงกระซิบอะไรบางอย่างใส่หูชายหนุ่มรัวเร็ว    - -     พลัน     แก้มสองข้างของมูก็แดงตามหน้าอัลเดบารันไปด้วยอีกคน

 

 

 

            แอเรียส  มูยังเก็บอาการได้ดีกว่าอีกฝ่ายจึงมีเพียงแต่แก้มเท่านั้นที่แดงฝาดด้วยเลือดกับคิ้วที่เคลื่อนเข้าหากันเพียงเล็กน้อย       ทั้งที่ในใจยามนี้ก็เต้นรัวแรงไม่แพ้ชายที่อยู่ตรงหน้าเลย

 

 

 

 

 

            "ท่านกับข้าน่ะหรือ..."

 

 

 

 

            ร่างสูงพยักหน้า

 

 

 

 

            "ตรง........นี้น่ะหรือ..."

 

 

 

 

            อัลเดบารันพยักหน้าอีกรอบ  แม้จะกลัวว่าใครอาจมาเห็นเข้า  และร่างเพรียวอาจจะไม่ยอม     แต่เขาอยากสัมผัสมูคนนี้    ตอนนี้มากเหลือเกิน

 

 

 

 

            "ขอแค่ครั้งเดียว......นะ"  ร่างสูงต่อรอง

 

 

 

           

            มูยืนอึ้งก่อนจะกวาดตามองรอบข้าง       ปกติแล้วอัลเดบารันทั้งเถื่อนทั้งห่าม      ช่างเป็นเรื่องที่ไม่ชาชินเอาเสียเลย

 

 

 

 

            แต่ในที่สุดมูก็เอ่ยตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า    "วันนี้วันเกิดท่าน.....ข้า.....ยอมก็ได้"

 

 

 

 

            ทอรัส  อัลเดบารันยิ้มดีใจระคนอายๆอยู่ไม่หาย       มือใหญ่สองข้างของชายหนุ่มยื่นออกไปโอบรอบเอวของร่างโปร่งเพรียวที่ไม่ยอมมองหน้าเขาเสียแล้วก่อนดึงให้มูเข้ามาใกล้      ไม่กล้าจับแรงมากนักเกรงว่าพละกำลังของตัวเองจะทำให้มูเจ็บทั้งที่จริงๆแล้วมูก็ไม่ได้บอบบางขนาดนั้นซะหน่อย            เจ้าของผมยาวสีม่วงอ่อนถดสายตาลงต่ำ      แม้จะข่มอาการตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่กล้าสบตาอัลเดบารันอยู่ดี    

 

 

            ปลายจมูกของชายหนุ่มแตะเข้าที่นวลแก้มของมูอย่างแช่มช้าและทะนุถนอม     หัวใจเขาเต้นระทึก     กลิ่นหอมๆจากเส้นผมและผิวของมูลอยเข้าจมูกเล็กน้อย   - -   อัลเดบารันไล้สัมผัสจากแก้มมายังมุมปากช้าๆ      รับรู้ได้ว่ามูเองก็กำลังเผลอเกร็งตัวขึ้นเล็กน้อยเหมือนกันเพราะความตื่นเต้น   

 

           

 

            รสจูบที่ไม่มีการล่วงล้ำ   - -    ริมฝีปากของอัลเดบารันสัมผัสกับมูอย่างสุภาพอยู่ในชั่วอึดใจหนึ่งก่อนจะถอนออกอย่างง่ายดายทั้งที่เสียเวลาขอไปตั้งมาก      มูซบหน้าลงกับอกกว้างของอัลเดบารันทันทีเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงเรื่อไว้     ส่วนคนถูกซบก็กระชับอ้อมกอดแข็งๆของตนเองให้แนบแน่นยิ่งกว่าเดิม

 

 

 

 

 

 

 

            ".......ขอบใจนะ...."

 

 

 

 

 

 

            อัลเดบารันกอดร่างของมูเอาไว้แน่น       เสียงหัวใจของโกลด์เซนต์ราศีพฤษภคนนี้   คงจะถูกมูได้ยินไปจนหมดสิ้น       ใจหนึ่งเขาไม่คิดไม่ฝันด้วยซ้ำว่ามูจะยอมแต่ตอนนี้ความกลัวถูกรังเกียจดังกล่าวก็ค่อยๆจางหายไปแล้วเมื่อชายหนุ่มยังซบอยู่กับอกของเขานิ่ง    แม้จะไม่ยอมพูดอะไรเลยสักนิด

 

 

 

 

 

 

            "มู   เจ้าคงรู้อยู่แล้วถึงความรู้สึกของข้า"

 

 

 

 

 

 

มูไม่ยอมตอบประโยคนั้น   ได้แต่ซบอกอัลเดบารันอยู่ในท่าเดิม

 

 

 

 

 

 

            "เจ้ารู้ดีอยู่แล้ว  แต่พอข้าไม่พูดให้มันชัดเจนสักที  เจ้าก็เลยแกล้งไม่สนใจเสีย  แต่ในเมื่อข้าได้จูบเจ้าแล้วแบบนี้   นั่นก็คงหมายถึงเจ้าเองก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไรข้ามากนัก"

 

 

 

            "เรื่องนั้นข้ารู้มานานแล้ว"   ร่างเพรียวอ้อมแอ้มตอบ   "แต่...เพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดท่านหรอกข้าเลยยอมให้ท่านทำตามอำเภอใจได้"

 

 

 

            "เจ้าพูดอย่างนั้นหมายความว่า  หากวันนี้เป็นวันเกิดของคนอื่น  แล้วเขาขอเจ้าจูบบ้างเช่นนี้  เจ้าก็จะยอมงั้นหรือ"

 

 

 

 

            อัลเดบารันเอ่ยถามรัวเร็ว   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            มูเงียบ

 

 

 

 

 

 

 

            หัวใจของเขาเต้นแรงนักราวกับอยากจะกระตุ้นให้เขาเอ่ยตอบให้ได้    - -     น่าขายหน้าจริงหนอ      ทำไมเพียงแค่ได้ยินคำถามจากอัลเดบารันไม่ทันไร      ทำไมจะต้องได้คำตอบอย่างรวดเร็วแบบนี้ด้วย

 

 

 

 

 

 

            "ข้า.......คงไม่"   มูยอมแพ้     การที่เขาเห็นอัลเดบารันเป็นคนพิเศษ....คือเรื่องจริงที่เขาพยายามไม่สนใจตลอดมา

 

 

 

            แววตาของร่างสูงเบิกกว้างขึ้นด้วยความดีใจ     รอยยิ้มอบอุ่นของทอรัสวาดขึ้นบนใบหน้าทันทีก่อนที่จะซุกแก้มตัวเองลงกับศีรษะเล็กๆของมูราวกับเป็นเด็ก       แสนชื่นใจนักที่ตนเองได้