[BT] การพบปะกัน (ครึ่งหลัง)
posted on 02 Oct 2009 00:23 by kunkung in Blodwen
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
"ลองหาว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างค่ะ แล้วก็ลองทำสิ่งนั้นเป็นของขวัญให้เขาดู อย่างฉันเองก็เคยทำเข็มกลัดแกะสลักให้กับเพื่อนบ้านสมัยอยู่เมืองเก่าเหมือนกันนะ"
บุรุษไปรษณีย์หนุ่มซึ่งกำลังใช้ชีวิตในวันหยุดสุดสัปดาห์นึกย้อนถึงคำพูดของยิปซีสาวแสนใจดีที่เอ่ยแนะนำเมื่อวันก่อนในหัว - - อีวานตัดสินใจถามคุณทิลด้าเกี่ยวกับการผูกมิตรกับคนที่เข้าถึงยากอย่างคุณวิชิตวงศ์แล้วก็ได้รับคำตอบมาอย่างนั้น เขาคิดว่าวิธีนี้เป็นความคิดที่ดีเพียงแต่ติดว่าคุณวิชิตวงศ์แทบจะไม่แสดงความชอบอะไรเป็นพิเศษออกมาขณะอยู่นอกบ้านเลย อีวานก็เลยพาลไม่รู้ด้วยว่าสิ่งที่เขาทำได้นั้นจะถูกใจอีกฝ่ายหรือไม่ - - ....ตัวเองก็ไม่กล้าไปถามคุณวิชิตวงศ์คนน้องเพราะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาจากคุณป้ามาร์กาเร็ตว่าสองพี่น้องคู่นี้มีอะไรหลายๆอย่างที่ไม่ค่อยจะลงรอยกัน...
ทำไมตอนไปรู้จักกับคุณแกรนด์มา ไม่เห็นเป็นแบบนี้นะ... - - ชายหนุ่มเทเม็ดยาป้องกันอาการหอบหืดกำเริบใส่อุ้งมือขณะคิด มองมันด้วยลำบากใจอยู่ชั่วครู่จึงตบเข้าใส่ปากแล้วดื่มน้ำตามอย่างทุลักทุเล - - คุณวิชิตวงศ์ชอบอะไรนอกเหนือจากภาพยนตร์เขาก็ยังไม่รู้หรอก เพียงแต่ว่าตัวเขาเองน่ะเกลียดการกินยาเม็ดแบบนี้สุดๆ... - - ...!
จริงสิ... บางทีฝ่ายนั้นอาจจะมีพวกอาหารหรือเครื่องดื่มที่ชอบก็ได้
อีวานวางแก้วน้ำก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้เงียบๆ เดินไปริมหน้าต่างชั้นล่างแล้วทอดสายตาไปยังบ้านของหนุ่มชาวไทย อย่างน้อยๆคนไทยคงจะชอบอาหารไทยที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างพวกผัดไท หรือว่าต้มยำกุ้งนั่นแหล่ะนะ ว่าแล้วไปรษณีย์หนุ่มก็ล็อคบ้านแล้วพาจักรยานคู่ใจตรงดิ่งไปยังร้านหนังสือที่อยู่ใกล้ที่สุด ซื้อตำราอาหารไทยมาเล่มหนึ่งทันที
สองชั่วโมงต่อมา - - อีวาน แอสเทอร์ก็ยืนอยู่หน้าประตูบ้านคุณจิตรกานต์ วิชิตวงศ์ พร้อมด้วยต้มยำกุ้งซึ่งส่งกลิ่นหอมเครื่องเทศแบบไทยปนฝรั่งอีกหนึ่งถ้วยโต
...เกิดเสียงขลุกขลักเล็กน้อยภายในบ้านเมื่ออีวานเคาะประตูเรียกตามมารยาท
ชายหนุ่มรอคอยด้วยใจเต้นระทึกเล็กน้อย เมื่อประตูแง้มเปิดออกใบหน้าของชายวัยกลางคนที่ดูขมวดมุ่นอยู่เสมอก็โผล่ออกมา ท่าทางของเขาดูหงุดหงิดราวกับถูกรบกวนเวลาสำคัญ - - นั่นทำให้ผู้มาเยือนใจเสียไปไม่ใช่น้อย
อีวานลังเลไม่รู้ว่าจะกล่าวสวัสดีก่อนหรือขอโทษก่อนดี
"เอ่อ....ขอโทษที่ผมมารบกวนครับ..." สุดท้ายเขาก็ขอโทษไว้ก่อน "สวัสดีครับ ผมลองทำแกงไทยนี่ดู .....เลยเอามาฝากคุณ"
หนุ่มชาวไทยมองหน้าเขา แล้วก็ก้มลงมองถ้วยต้มยำกุ้งในมือ - - จริงๆมันก็ไม่เชิงเป็นแกงไทยแท้นักเพราะอีวานหาของให้ตรงตามตำราทุกอย่างไม่ได้จึงเอาไอ้โน่นผสมนิด ไอ้นี่ผสมหน่อยเท่าที่มีอยู่ให้ออกมาพอกลมกล่อมรับประทานได้
".....นายเป็นใคร"
ถูกถามกลับมาห้วนๆแบบนี้แทบจะต่อไม่ถูก...
"ผมเป็นเพื่อนบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคุณไงครับ"
"อันนั้นรู้แล้ว แต่ถามว่าเป็นใคร"
อีวานลืมแนะนำชื่อไปซะสนิท "เอ่อ.... อีวาน....แอสเทอร์ เป็นบุรุษไปรษณีย์.....ครับ"
. . . . . . .
"อืม รู้ละ.."
คุณวิชิตวงศ์เอื้อมมือลอดผ่านช่องว่างของประตูออกมารับถ้วยแกง กล่าวขอบใจเบาแทบไม่ได้ยิน ดึงมือกลับไป มองหน้าเขาอยู่แว้บหนึ่ง ชักหน้ากลับเข้าไปในบ้าน
แล้วประตูก็ปิดปังลง
......................อีวาน แอสเทอร์ ผู้ซึ่งไร้ถ้วยต้มยำกุ้งแล้วยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกราวๆหนึ่งนาทีก่อนจะหมุนตัวข้ามถนนกลับมาบ้านตัวเองแบบงงๆ....
เหมือนวิธีนี้จะเริ่มต้นได้ไม่สวยเท่าไหร่ครับ คุณทิลด้า..
----------------------
ตกเย็นวันนั้นชายหนุ่มก็ข้ามไปยังฝั่งบ้านคุณวิชิตวงศ์อีกครั้ง ( ไปเก็บถ้วยต้มยำที่ฝ่ายนั้นเอามาวางคืนอยู่หน้าประตู ) แม้จะดีใจที่แกงของเขาแห้งขอดเหลือเพียงพวกสมุนไพรที่ไม่นิยมกินกันแต่ลึกๆก็แอบผิดหวังที่ได้คุยกับคุณวิชิตวงศ์น้อยเหลือเกิน อีวานยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าประตูบานนั้นชั่วครู่ก่อนย้อนกลับมายังบ้านตัวเองแล้วตักข้าวผัดที่เตรียมไว้เยอะเป็นพิเศษในวันนี้ข้ามถนนไปอีกรอบ - - วันนี้ชายหนุ่มยังไม่เห็นคุณวิชิตวงศ์ออกจากบ้านไปไหนเลย เพราะฉะนั้นก็คงจะไม่ได้ออกไปซื้อของกินมาเตรียมไว้เผื่อหิวแน่ๆ...
อีวานเคาะประตูอีกครั้ง - - มีเสียงขลุกขลักเหมือนครั้งก่อน - - แล้วคุณวิชิตวงศ์ที่ทำท่ารำคาญก็เปิดประตูออกมา
"มีอะไร...." หนุ่มไทยชะงักคำพูดไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าบุรุษไปรษณีย์ถือจานข้าวผัดที่ห่อด้วยพลาสติกเรียบร้อยแล้วมาด้วย
"ผมทำเอาไว้เยอะ... ก็เลยเอามาฝากเผื่อหิวตอนกลางคืนครับ"
"....." คุณวิชิตวงศ์มองหน้าอีวาน ".... เท่าไหร่?"
"ครับ?"
"ราคาน่ะ - - เท่าไหร่"
"....." อีกหนแล้วที่อีวานต่อแทบไม่ถูก "...ผมแค่อยากเอามาฝากคุณ ไม่ได้อยากได้เงินหรอก"
สงสัยว่าการที่เขาเอาอาหารมาให้เป็นรอบที่สองจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจว่ากำลังหวังสิ่งตอบแทนบางอย่างอยู่ แต่อีวานก็ไม่ได้รู้สึกโกรธคุณวิชิตวงศ์....บางทีคนเราอาจจะมีมุมมองต่อผู้คนที่เข้าหาแตกต่างกันได้
"ถ้าอยากตอบแทนผมล่ะก็ - - ทานเจ้านี่ให้หมดดีกว่าครับ"
ชายหนุ่มยกยิ้มให้ผู้กำกับชาวไทยที่ดูนิ่งไปนิดหน่อยหลังจากได้ยินเขาพูด หนุ่มร่างสูงมองหน้าอีวาน อ้าปากเล็กน้อยคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง... แต่สุดท้ายก็แค่พยักหน้าแล้วรับจานข้าวผัดที่ส่งไอร้อนเกาะบนพลาสติกใสไป
ประตูปิดลงอีกครั้งแต่คราวนี้อีวานกลับบ้านด้วยความรู้สึกแตกต่างจากครั้งก่อน - - เหมือนเขาได้คุยกับคุณวิชิตวงศ์บ้างแล้ว บุรุษไปรษณีย์คิดว่าคุณวิชิตวงศ์จริงๆแล้วคงไม่ใช่คนเลวร้าย ถ้าหากเขาแวะเวียนไปคุยด้วยบ่อยๆแล้วเอาของที่ชอบติดมือไปฝากด้วย ก็คงมีสักวันนั่นล่ะที่เขาทั้งสองคนจะได้สนิทกัน
-------------
คราวนี้ความนานของเสียงขลุกขลักก่อนประตูเปิดสั้นลง หนุ่มใหญ่ชาวไทยเปิดประตูออกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นอีวานที่มา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำหน้าขมวดคิ้วมุ่นอยู่เช่นเดิม
"แกงจืดหมูสับครับ... ไม่รู้ว่าปรุงจืดไปหรือเปล่านะ"
คุณวิชิตวงศ์ก้มลงมองแกงจืดที่น้ำเป็นสีทองใสแจ๋ว ท่าทางดูไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไรแต่สุดท้ายก็งืมงำขอบคุณแล้วรับถ้วยแกงจืดหายเข้าบ้านและทิ้งอีวานอยู่ที่ด้านนอกเช่นเคย บุรุษไปรษณีย์หนุ่มยืนค้างอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะข้ามฝั่งกลับบ้านตัวเองแบบเดียวกับครั้งก่อน
-------------
แกงจืดเมื่อวานมีรากผักชีเหลือ... - - เป็นอันรู้แล้วว่าไม่ชอบทานรากผักชี
"ผมซื้อกาแฟชงๆมาครับ เลยเอามาฝากถุงนึง..."
คุณวิชิตวงศ์ลองเอาหลอดดูดชิมรสดู แล้วจึงถือติดมือเดินดุ่มๆออกจากบ้านไปทางถนนที่จะเข้าเมือง สงสัยว่ากำลังจะออกไปซื้อของกระมัง
--------------
"คุณวิชิตวงศ์ครับ คราวนี้ผมทำข้าวผัดกะเพรามาล่ะ"
อีวานเริ่มตั้งสมมุติฐานว่าหนุ่มชาวไทยอาจจะชอบของเผ็ด
-----------------
"ทานข้าวไข่เจียวไหมครับ"
------------------
"วันนี้มีผัดมาม่าล่ะ"
-----------------
"ผมทำสลัดหมูทอดมาชิมดูสิครับ"
------------------
"ส้มลอยแก้วครับ คุณวิชิตวงศ์"
อื่นๆ... และอื่นๆ... และอื่นๆอีกมากมายตลอดทั้งสัปดาห์
---------------------
อีวาน แอสเทอร์ ลืมตาตื่นขึ้นในห้องนอนห้องเดิมของตนเองที่เคยใช้เมื่อสมัยเด็กๆเมื่อนาฬิกาปลุกร้องบอกเวลาหกโมงเช้าพอดี
ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน จัดเก็บที่นอนและพับผ้าห่มวางไว้ที่ปลายเตียงก่อนจะมองสำรวจออกไปนอกหน้าต่างเพื่อชมบรรยากาศสดชื่นยามเช้าด้วยความเคยชิน บ้านหลังที่เยื้องจากเขาไปหน่อยชั้นล่างสว่างไสวด้วยแสงไฟและมีกลิ่นอาหารเช้าลอยมาอ่อนๆแล้ว คาดว่าคุณแกรนด์มา - - คุณยายแสนใจดีคนนั้นคงจะตื่นเร็วพอๆกันกับเขา บ้านหลังเล็กๆน่ารักหลังนั้นไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ดูมีชีวิตชีวาอบอุ่นอยู่เสมอแตกต่างกับหลังถัดมาซึ่งเป็นของผู้กำกับชาวไทย ที่ถึงแม้ชั้นล่างจะมีไฟดวงหนึ่งเปิดอยู่แล้วแต่ก็ยังดูเงียบเหงาราวกับเป็นบ้านร้างไร้ผู้คน
อีวานชินแล้วกับภาพบ้านสองหลังที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง คุณวิชิตวงศ์เป็นหนุ่มใหญ่ที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียว ไม่ค่อยยิ้มง่ายสักเท่าไหร่ มีน้องชายอยู่อีกคนในเมือง เขาชอบภาพยนตร์และเป็นคนไทย ไม่ชอบทานรากผักชี ไม่ชอบของหวานมาก ไม่ชอบอาหารราดน้ำเหนียวๆ ไม่ชอบผักตระกูลหอม ไม่ชอบอะไรเละๆ ชอบกินของเผ็ด ชอบกาแฟดำ ชอบกระเทียม ชอบน้ำพริกเผา ( ไปได้ยินคนเขาพูดกันมาอีกที ) ชอบอาหารไทย.... และไม่เคยลืมนำถ้วยชามรามไหที่ไม่ใช่ของตัวเองมาวางคืนหน้าบ้านเสมอ - - นั่นคือรายละเอียดทุกอย่างที่อีวานรู้เกี่ยวกับเพื่อนบ้านคนนี้หลังจากผ่านไปเจ็ดวันเต็มๆ - - อีวานนึกแล้วมองบ้านหลังนั้นอยู่อีกพักหนึ่ง ไม่นานก็ผละจากหน้าต่างแล้วเปิดประตูลงเดินไปด้านล่าง อาบน้ำแต่งตัว ทำอาหารเช้าง่ายๆทานพร้อมดื่มชาให้รู้สึกโล่งคอ ในหัวได้แต่นึกไปว่าวันนี้จะเอาอะไรให้แบ่งคุณวิชิตวงศ์อีกดี ถ้าลองเปลี่ยนเป็นอาหารฝรั่งดูบ้างเขาจะชอบไหมนะ...
ไม่นานอีวานก็เตรียมตัวเสร็จ กินหยูกกินยาเรียบร้อย - - เขาจะต้องแวะไปหน้าประตูของผู้กำกับชาวไทยก่อนไปทำงานทุกครั้งเพื่อเก็บเอาจานชามคืนมา อีวานสะพายกระเป๋าข้างอันเป็นสมบัติประจำตัวแล้วหยิบหมวกที่แขวนไว้บนข้างฝา ก่อนจะจับลูกบิดหมุนเปิดออกไปด้านนอก
จิตรกานต์ วิชิตวงศ์ สวมเสื้อยืดกางเกงวอร์มถือจานข้าวเปล่าๆอยู่ตรงหน้าอีวานพอดิบพอดี
"............."
"............"
". . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ."
คนเรามีเหตุการณ์ที่ทำให้นึกคำพูดไม่ออกได้เสมอ
"..........คุณ.."
"......ฉันเอาจานมาคืน - - นี่ของนาย" จานข้าวนั่นเป็นสมบัติของอีวาน
เจ้าของจานรับมาแบบงุนงง... เอ่ยขอบคุณ - - อีวานยังคงแปลกใจที่คุณวิชิตวงศ์เป็นคนออกมาพบเขาก่อนแบบนี้แถมยังเป็นฝ่ายเอาจานมาคืนเองอีกต่างหาก - - คุณวิชิตวงศ์เมื่อส่งจานคืนได้แล้วก็หมดธุระ หันหลังให้ แล้วเดินจากไปทันที
บุรุษไปรษณีย์หนุ่มถือจานค้างมองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆห่างออกไป
....มุมปากก็ค่อยๆยกยิ้มขึ้นขณะเดินเอาจานข้าวเข้าบ้าน อีวานหุบยิ้มไม่ลงอย่างไรชอบกลทั้งที่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยแท้ๆ แต่นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีถึงพัฒนาการเรื่องคุณวิชิตวงศ์เริ่มจะยอมรับเขาเป็นเพื่อนบ้างแล้ว - - ชายหนุ่มล้างจานใบนั้นจนสะอาดแล้วตากไว้บนตะแกรง เดินกลับไปที่ประตู ล็อคบ้าน แล้วขึ้นรถจักรยานสีฟ้ากลางเก่ากลางใหม่ของตัวเองขับแล่นไปตามถนนเส้นอ้อมเส้นเดิมซึ่งจะผ่านหน้าร้านของคุณทิลด้าเหมือนวันนั้น
อีวานกล่าวขอบคุณเธอในใจพลางนึกถึงอาหารเย็นวันนี้ที่จะทำเผื่อคุณวิชิตวงศ์ไปตลอดทาง
THE END.
----------------------
หน้าไอ้คุ่นเป็นแบบนี้อยู่ ณ โมเม้นท์ >>
เค้าอยากมีแบบนี้มาให้ทานทุกวันมั่งอ่ะ อร้าๆๆ
ความจริงอีวานแอบใส่ยาวันละนิด มอมไปวันละหน่อยสินะ
ชั่วร้ายจริงๆเลย ..............
อ่าหรึ /โดนคุ่นวิ่งมาเสย
เนื้อเรื่องกระชับดีช๊อบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
แล้วอีวานเป็นฝรั่งมันทำอาหารไทยเก่งได้ง๊ายยย
#1 By Raveno Sinyor on 2009-10-02 00:42