เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 

 

             "ลองหาว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างค่ะ   แล้วก็ลองทำสิ่งนั้นเป็นของขวัญให้เขาดู   อย่างฉันเองก็เคยทำเข็มกลัดแกะสลักให้กับเพื่อนบ้านสมัยอยู่เมืองเก่าเหมือนกันนะ"

 

 

 

              บุรุษไปรษณีย์หนุ่มซึ่งกำลังใช้ชีวิตในวันหยุดสุดสัปดาห์นึกย้อนถึงคำพูดของยิปซีสาวแสนใจดีที่เอ่ยแนะนำเมื่อวันก่อนในหัว    - -     อีวานตัดสินใจถามคุณทิลด้าเกี่ยวกับการผูกมิตรกับคนที่เข้าถึงยากอย่างคุณวิชิตวงศ์แล้วก็ได้รับคำตอบมาอย่างนั้น        เขาคิดว่าวิธีนี้เป็นความคิดที่ดีเพียงแต่ติดว่าคุณวิชิตวงศ์แทบจะไม่แสดงความชอบอะไรเป็นพิเศษออกมาขณะอยู่นอกบ้านเลย     อีวานก็เลยพาลไม่รู้ด้วยว่าสิ่งที่เขาทำได้นั้นจะถูกใจอีกฝ่ายหรือไม่     - -       ....ตัวเองก็ไม่กล้าไปถามคุณวิชิตวงศ์คนน้องเพราะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาจากคุณป้ามาร์กาเร็ตว่าสองพี่น้องคู่นี้มีอะไรหลายๆอย่างที่ไม่ค่อยจะลงรอยกัน...

 

 

              ทำไมตอนไปรู้จักกับคุณแกรนด์มา  ไม่เห็นเป็นแบบนี้นะ...   - -    ชายหนุ่มเทเม็ดยาป้องกันอาการหอบหืดกำเริบใส่อุ้งมือขณะคิด    มองมันด้วยลำบากใจอยู่ชั่วครู่จึงตบเข้าใส่ปากแล้วดื่มน้ำตามอย่างทุลักทุเล   - -    คุณวิชิตวงศ์ชอบอะไรนอกเหนือจากภาพยนตร์เขาก็ยังไม่รู้หรอก  เพียงแต่ว่าตัวเขาเองน่ะเกลียดการกินยาเม็ดแบบนี้สุดๆ...    - -     ...!  

 

 

               จริงสิ...  บางทีฝ่ายนั้นอาจจะมีพวกอาหารหรือเครื่องดื่มที่ชอบก็ได้   

 

 

              อีวานวางแก้วน้ำก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้เงียบๆ  เดินไปริมหน้าต่างชั้นล่างแล้วทอดสายตาไปยังบ้านของหนุ่มชาวไทย       อย่างน้อยๆคนไทยคงจะชอบอาหารไทยที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างพวกผัดไท  หรือว่าต้มยำกุ้งนั่นแหล่ะนะ        ว่าแล้วไปรษณีย์หนุ่มก็ล็อคบ้านแล้วพาจักรยานคู่ใจตรงดิ่งไปยังร้านหนังสือที่อยู่ใกล้ที่สุด    ซื้อตำราอาหารไทยมาเล่มหนึ่งทันที

 

 

 

 

              สองชั่วโมงต่อมา   - -  อีวาน  แอสเทอร์ก็ยืนอยู่หน้าประตูบ้านคุณจิตรกานต์  วิชิตวงศ์  พร้อมด้วยต้มยำกุ้งซึ่งส่งกลิ่นหอมเครื่องเทศแบบไทยปนฝรั่งอีกหนึ่งถ้วยโต

 

 

 

 

            ...เกิดเสียงขลุกขลักเล็กน้อยภายในบ้านเมื่ออีวานเคาะประตูเรียกตามมารยาท    

 

 

 

               ชายหนุ่มรอคอยด้วยใจเต้นระทึกเล็กน้อย    เมื่อประตูแง้มเปิดออกใบหน้าของชายวัยกลางคนที่ดูขมวดมุ่นอยู่เสมอก็โผล่ออกมา  ท่าทางของเขาดูหงุดหงิดราวกับถูกรบกวนเวลาสำคัญ  - -  นั่นทำให้ผู้มาเยือนใจเสียไปไม่ใช่น้อย

 

 

 

 

               อีวานลังเลไม่รู้ว่าจะกล่าวสวัสดีก่อนหรือขอโทษก่อนดี

 

 

 

               "เอ่อ....ขอโทษที่ผมมารบกวนครับ..."   สุดท้ายเขาก็ขอโทษไว้ก่อน    "สวัสดีครับ    ผมลองทำแกงไทยนี่ดู  .....เลยเอามาฝากคุณ"

 

 

 

               หนุ่มชาวไทยมองหน้าเขา    แล้วก็ก้มลงมองถ้วยต้มยำกุ้งในมือ   - -  จริงๆมันก็ไม่เชิงเป็นแกงไทยแท้นักเพราะอีวานหาของให้ตรงตามตำราทุกอย่างไม่ได้จึงเอาไอ้โน่นผสมนิด ไอ้นี่ผสมหน่อยเท่าที่มีอยู่ให้ออกมาพอกลมกล่อมรับประทานได้ 

 

 

 

                ".....นายเป็นใคร"

 

 

 

                ถูกถามกลับมาห้วนๆแบบนี้แทบจะต่อไม่ถูก...

 

 

 

               "ผมเป็นเพื่อนบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคุณไงครับ"

 

 

               "อันนั้นรู้แล้ว   แต่ถามว่าเป็นใคร"

 

 

               อีวานลืมแนะนำชื่อไปซะสนิท  "เอ่อ....     อีวาน....แอสเทอร์   เป็นบุรุษไปรษณีย์.....ครับ"

 

 

 

 

 

                . . . . . . .

 

 

 

 

 

                "อืม   รู้ละ.."

 

 

 

 

                คุณวิชิตวงศ์เอื้อมมือลอดผ่านช่องว่างของประตูออกมารับถ้วยแกง    กล่าวขอบใจเบาแทบไม่ได้ยิน      ดึงมือกลับไป     มองหน้าเขาอยู่แว้บหนึ่ง     ชักหน้ากลับเข้าไปในบ้าน

 

 

 

                แล้วประตูก็ปิดปังลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

              ......................อีวาน  แอสเทอร์   ผู้ซึ่งไร้ถ้วยต้มยำกุ้งแล้วยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกราวๆหนึ่งนาทีก่อนจะหมุนตัวข้ามถนนกลับมาบ้านตัวเองแบบงงๆ....

 

 

 

 

 

 

              เหมือนวิธีนี้จะเริ่มต้นได้ไม่สวยเท่าไหร่ครับ  คุณทิลด้า..

 

 

 

 

 

----------------------

 

 

 

 

 

             ตกเย็นวันนั้นชายหนุ่มก็ข้ามไปยังฝั่งบ้านคุณวิชิตวงศ์อีกครั้ง  ( ไปเก็บถ้วยต้มยำที่ฝ่ายนั้นเอามาวางคืนอยู่หน้าประตู )    แม้จะดีใจที่แกงของเขาแห้งขอดเหลือเพียงพวกสมุนไพรที่ไม่นิยมกินกันแต่ลึกๆก็แอบผิดหวังที่ได้คุยกับคุณวิชิตวงศ์น้อยเหลือเกิน       อีวานยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าประตูบานนั้นชั่วครู่ก่อนย้อนกลับมายังบ้านตัวเองแล้วตักข้าวผัดที่เตรียมไว้เยอะเป็นพิเศษในวันนี้ข้ามถนนไปอีกรอบ     - -     วันนี้ชายหนุ่มยังไม่เห็นคุณวิชิตวงศ์ออกจากบ้านไปไหนเลย    เพราะฉะนั้นก็คงจะไม่ได้ออกไปซื้อของกินมาเตรียมไว้เผื่อหิวแน่ๆ...

 

 

               อีวานเคาะประตูอีกครั้ง   - -   มีเสียงขลุกขลักเหมือนครั้งก่อน   - -   แล้วคุณวิชิตวงศ์ที่ทำท่ารำคาญก็เปิดประตูออกมา

 

 

                "มีอะไร...."  หนุ่มไทยชะงักคำพูดไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าบุรุษไปรษณีย์ถือจานข้าวผัดที่ห่อด้วยพลาสติกเรียบร้อยแล้วมาด้วย

 

 

                "ผมทำเอาไว้เยอะ...  ก็เลยเอามาฝากเผื่อหิวตอนกลางคืนครับ"

 

 

 

                 "....."    คุณวิชิตวงศ์มองหน้าอีวาน     "....  เท่าไหร่?"

 

 

                 "ครับ?"

 

 

                 "ราคาน่ะ - -   เท่าไหร่"

 

 

                 "....."  อีกหนแล้วที่อีวานต่อแทบไม่ถูก      "...ผมแค่อยากเอามาฝากคุณ   ไม่ได้อยากได้เงินหรอก"

 

 

                  สงสัยว่าการที่เขาเอาอาหารมาให้เป็นรอบที่สองจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจว่ากำลังหวังสิ่งตอบแทนบางอย่างอยู่      แต่อีวานก็ไม่ได้รู้สึกโกรธคุณวิชิตวงศ์....บางทีคนเราอาจจะมีมุมมองต่อผู้คนที่เข้าหาแตกต่างกันได้    

 

 

 

                  "ถ้าอยากตอบแทนผมล่ะก็   - -   ทานเจ้านี่ให้หมดดีกว่าครับ"

 

 

                  ชายหนุ่มยกยิ้มให้ผู้กำกับชาวไทยที่ดูนิ่งไปนิดหน่อยหลังจากได้ยินเขาพูด      หนุ่มร่างสูงมองหน้าอีวาน   อ้าปากเล็กน้อยคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง...    แต่สุดท้ายก็แค่พยักหน้าแล้วรับจานข้าวผัดที่ส่งไอร้อนเกาะบนพลาสติกใสไป

 

 

                  ประตูปิดลงอีกครั้งแต่คราวนี้อีวานกลับบ้านด้วยความรู้สึกแตกต่างจากครั้งก่อน   - -    เหมือนเขาได้คุยกับคุณวิชิตวงศ์บ้างแล้ว     บุรุษไปรษณีย์คิดว่าคุณวิชิตวงศ์จริงๆแล้วคงไม่ใช่คนเลวร้าย   ถ้าหากเขาแวะเวียนไปคุยด้วยบ่อยๆแล้วเอาของที่ชอบติดมือไปฝากด้วย    ก็คงมีสักวันนั่นล่ะที่เขาทั้งสองคนจะได้สนิทกัน

 

 

 

 

 

-------------

 

 

 

              คราวนี้ความนานของเสียงขลุกขลักก่อนประตูเปิดสั้นลง   หนุ่มใหญ่ชาวไทยเปิดประตูออกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นอีวานที่มา   แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำหน้าขมวดคิ้วมุ่นอยู่เช่นเดิม

 

 

 

              "แกงจืดหมูสับครับ...  ไม่รู้ว่าปรุงจืดไปหรือเปล่านะ"

 

 

             คุณวิชิตวงศ์ก้มลงมองแกงจืดที่น้ำเป็นสีทองใสแจ๋ว      ท่าทางดูไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไรแต่สุดท้ายก็งืมงำขอบคุณแล้วรับถ้วยแกงจืดหายเข้าบ้านและทิ้งอีวานอยู่ที่ด้านนอกเช่นเคย    บุรุษไปรษณีย์หนุ่มยืนค้างอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะข้ามฝั่งกลับบ้านตัวเองแบบเดียวกับครั้งก่อน

 

 

 

-------------

 

 

 

           แกงจืดเมื่อวานมีรากผักชีเหลือ...  - -   เป็นอันรู้แล้วว่าไม่ชอบทานรากผักชี

 

 

           "ผมซื้อกาแฟชงๆมาครับ   เลยเอามาฝากถุงนึง..."

 

 

           คุณวิชิตวงศ์ลองเอาหลอดดูดชิมรสดู   แล้วจึงถือติดมือเดินดุ่มๆออกจากบ้านไปทางถนนที่จะเข้าเมือง    สงสัยว่ากำลังจะออกไปซื้อของกระมัง

 

 

 

--------------

 

 

 

             "คุณวิชิตวงศ์ครับ     คราวนี้ผมทำข้าวผัดกะเพรามาล่ะ"

 

 

             อีวานเริ่มตั้งสมมุติฐานว่าหนุ่มชาวไทยอาจจะชอบของเผ็ด

 

 

-----------------

 

 

             "ทานข้าวไข่เจียวไหมครับ"

 

 

------------------

 

 

             "วันนี้มีผัดมาม่าล่ะ"

 

 

-----------------

 

 

             "ผมทำสลัดหมูทอดมาชิมดูสิครับ"

 

 

------------------

 

 

 

              "ส้มลอยแก้วครับ  คุณวิชิตวงศ์"

 

 

 

 

               อื่นๆ...  และอื่นๆ...  และอื่นๆอีกมากมายตลอดทั้งสัปดาห์

 

 

 

 

 

---------------------

 

 

 

 

 

              อีวาน  แอสเทอร์  ลืมตาตื่นขึ้นในห้องนอนห้องเดิมของตนเองที่เคยใช้เมื่อสมัยเด็กๆเมื่อนาฬิกาปลุกร้องบอกเวลาหกโมงเช้าพอดี

 

 

                ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน   จัดเก็บที่นอนและพับผ้าห่มวางไว้ที่ปลายเตียงก่อนจะมองสำรวจออกไปนอกหน้าต่างเพื่อชมบรรยากาศสดชื่นยามเช้าด้วยความเคยชิน    บ้านหลังที่เยื้องจากเขาไปหน่อยชั้นล่างสว่างไสวด้วยแสงไฟและมีกลิ่นอาหารเช้าลอยมาอ่อนๆแล้ว      คาดว่าคุณแกรนด์มา - - คุณยายแสนใจดีคนนั้นคงจะตื่นเร็วพอๆกันกับเขา    บ้านหลังเล็กๆน่ารักหลังนั้นไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ดูมีชีวิตชีวาอบอุ่นอยู่เสมอแตกต่างกับหลังถัดมาซึ่งเป็นของผู้กำกับชาวไทย     ที่ถึงแม้ชั้นล่างจะมีไฟดวงหนึ่งเปิดอยู่แล้วแต่ก็ยังดูเงียบเหงาราวกับเป็นบ้านร้างไร้ผู้คน

 

 

             อีวานชินแล้วกับภาพบ้านสองหลังที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง      คุณวิชิตวงศ์เป็นหนุ่มใหญ่ที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียว  ไม่ค่อยยิ้มง่ายสักเท่าไหร่    มีน้องชายอยู่อีกคนในเมือง  เขาชอบภาพยนตร์และเป็นคนไทย     ไม่ชอบทานรากผักชี    ไม่ชอบของหวานมาก    ไม่ชอบอาหารราดน้ำเหนียวๆ    ไม่ชอบผักตระกูลหอม     ไม่ชอบอะไรเละๆ    ชอบกินของเผ็ด    ชอบกาแฟดำ     ชอบกระเทียม      ชอบน้ำพริกเผา  ( ไปได้ยินคนเขาพูดกันมาอีกที )      ชอบอาหารไทย....    และไม่เคยลืมนำถ้วยชามรามไหที่ไม่ใช่ของตัวเองมาวางคืนหน้าบ้านเสมอ     - -    นั่นคือรายละเอียดทุกอย่างที่อีวานรู้เกี่ยวกับเพื่อนบ้านคนนี้หลังจากผ่านไปเจ็ดวันเต็มๆ     - -       อีวานนึกแล้วมองบ้านหลังนั้นอยู่อีกพักหนึ่ง     ไม่นานก็ผละจากหน้าต่างแล้วเปิดประตูลงเดินไปด้านล่าง   อาบน้ำแต่งตัว    ทำอาหารเช้าง่ายๆทานพร้อมดื่มชาให้รู้สึกโล่งคอ      ในหัวได้แต่นึกไปว่าวันนี้จะเอาอะไรให้แบ่งคุณวิชิตวงศ์อีกดี   ถ้าลองเปลี่ยนเป็นอาหารฝรั่งดูบ้างเขาจะชอบไหมนะ...

 

 

             ไม่นานอีวานก็เตรียมตัวเสร็จ    กินหยูกกินยาเรียบร้อย  - -    เขาจะต้องแวะไปหน้าประตูของผู้กำกับชาวไทยก่อนไปทำงานทุกครั้งเพื่อเก็บเอาจานชามคืนมา        อีวานสะพายกระเป๋าข้างอันเป็นสมบัติประจำตัวแล้วหยิบหมวกที่แขวนไว้บนข้างฝา     ก่อนจะจับลูกบิดหมุนเปิดออกไปด้านนอก

 

 

 

 

 

 

 

          จิตรกานต์  วิชิตวงศ์    สวมเสื้อยืดกางเกงวอร์มถือจานข้าวเปล่าๆอยู่ตรงหน้าอีวานพอดิบพอดี

 

 

 

 

                "............."

 

 

                 "............"

 

 

 

 

                ". . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ."

 

 

 

 

 

 

                คนเรามีเหตุการณ์ที่ทำให้นึกคำพูดไม่ออกได้เสมอ

 

 

 

 

 

 

              "..........คุณ.."   

 

 

 

 

               "......ฉันเอาจานมาคืน  - -  นี่ของนาย"   จานข้าวนั่นเป็นสมบัติของอีวาน

 

 

 

               เจ้าของจานรับมาแบบงุนงง... เอ่ยขอบคุณ   - -   อีวานยังคงแปลกใจที่คุณวิชิตวงศ์เป็นคนออกมาพบเขาก่อนแบบนี้แถมยังเป็นฝ่ายเอาจานมาคืนเองอีกต่างหาก   - -     คุณวิชิตวงศ์เมื่อส่งจานคืนได้แล้วก็หมดธุระ    หันหลังให้   แล้วเดินจากไปทันที

 

 

 

              บุรุษไปรษณีย์หนุ่มถือจานค้างมองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆห่างออกไป

 

 

 

              ....มุมปากก็ค่อยๆยกยิ้มขึ้นขณะเดินเอาจานข้าวเข้าบ้าน     อีวานหุบยิ้มไม่ลงอย่างไรชอบกลทั้งที่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยแท้ๆ    แต่นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีถึงพัฒนาการเรื่องคุณวิชิตวงศ์เริ่มจะยอมรับเขาเป็นเพื่อนบ้างแล้ว   - -   ชายหนุ่มล้างจานใบนั้นจนสะอาดแล้วตากไว้บนตะแกรง    เดินกลับไปที่ประตู    ล็อคบ้าน    แล้วขึ้นรถจักรยานสีฟ้ากลางเก่ากลางใหม่ของตัวเองขับแล่นไปตามถนนเส้นอ้อมเส้นเดิมซึ่งจะผ่านหน้าร้านของคุณทิลด้าเหมือนวันนั้น

 

 

 

               อีวานกล่าวขอบคุณเธอในใจพลางนึกถึงอาหารเย็นวันนี้ที่จะทำเผื่อคุณวิชิตวงศ์ไปตลอดทาง

 

 

 

 

 

 THE END.

----------------------

 

 หน้าไอ้คุ่นเป็นแบบนี้อยู่ ณ โมเม้นท์  >> 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

.................

ความจริงอีวานแอบใส่ยาวันละนิด มอมไปวันละหน่อยสินะ

ชั่วร้ายจริงๆเลย ..............

อ่าหรึ /โดนคุ่นวิ่งมาเสย

เนื้อเรื่องกระชับดีช๊อบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
แล้วอีวานเป็นฝรั่งมันทำอาหารไทยเก่งได้ง๊ายยย

#1 By Raveno Sinyor on 2009-10-02 00:42

อาหารไทยๆๆๆ คุณก้านโชคดีจริงมีคนทำให้ถึงขนาดนี้ รีบออกมารับไมตรีโดยไว

อีวานเหมาะจะเป็นแฟมมิลี่แมน ผู้ชายทำอาหารเก่งน่ะสุดยอดcry

#2 By akua on 2009-10-02 00:44

กร๊ากกกกกกกกกกกกก
ว่าน นี่มันสาวน้อยเน่!

เดิ้น : จับฟัด!

อา อ่านแล้วอริ๊งอร๊างใจเหลือเกิน
รักของสาวน้อยแรกแย้มสินะ
แม้เธอจะดาร์ค แต่พอเข้าเมืองแล้ว
แหมมม เม้มเก่งเหลือเกิน ฮาๆๆๆๆ

ว้าย ชอบคู่นี้ อ่ะ ชอบบบบ
ก้านมันแอบซึนเหมือนกันนะเนี่ยย เก๊กเชียวนะก้านกล้วยเอ๊ย!

#3 By Aiden on 2009-10-02 00:48

วู๊ยยยยย ~~~ ย ล่อกันด้วยเสน่ปลายจวัก ใครก็รักใครก็หลงค่า XD
อ่านแล้วให้อารมณ์สาวน้อยกับหนุ่มใหญ่(ที่เธอแอบปิ๊ง)แอร๊ย (แต่!!! อีวานไม่ใช่สาวน้อย เป็นหนุ่มน้อยต่างหาก!)
กิ๊วก๊าวใจนะคะ cry cry cry

#5 By อีฟ on 2009-10-02 02:30

แอร๊ยยยยยย

รู้สึกเหมือนทิลด้าเป็นแม่สื่อแม่ชักยังไงไม่รู้ววว 555 ต๊ายตาย แหมๆๆๆ *หัวเราะแบบปลื้มๆ*

ดีใจนะจ๊าที่ทิลด้าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองเริ่มสนิทสนมกัน (และมิตรภาพอาจงอกเงยได้มากขึ้น อุฮิ) ชอบตอนจบที่พ่อเจ้าประคุณก้านมายืนหน้าบ้านอีวานจังเลย กรี๊สสสส ซึนหลายนายก้าน!!!!

น่ารัก น่ารักมาก!!!!

โฮะ โฮะ ได้อ่านเรื่องน่ารักๆ แต่เช้าช่างเป็นสุขใจ cry ขอบคุณน้องคุ่นที่เขียนเรื่องน่ารักๆ และให้ทิลด้ามีเอี่ยวด้วยนะจ๊ะ *กอดดดดด*

#6 By Matilda & Jack on 2009-10-02 09:07

นี่มันโมเอ้มากๆ.../สีหน้าวิ้งๆ

เฮ้ย...อิจฉาก้านว่ะ...อิจฉาจริงจังนะเนี่ย เค้าอยากมีแบบนี้มาให้ทานทุกวันมั่งอ่ะ อร้าๆๆ

หวานนี่สาวน้อยจริงๆ...

ปล. ก้าน ไม่ชอบตระกูลหอมเหรอ ผักตระกูลหอมน่ะ มันอร่อยนะเฟ้ย /ทะมึน...

#7 By D.C.เก้าแต้ม on 2009-10-02 12:41

อุ๊ยตาย......

กิ๊วก๊าวหัวใจมากมาย 5555
ตายและ อิจฉาก้านนะเนี่ย
มีคนทำให้กินทุกวันแบบนี้นี่ดีจริงๆเนาะ

ปล หวานแจ๋วมาก อนาคตศรีภรรยาที่ดีแน่นอน

#8 By Amina Eirwen on 2009-10-02 13:43

*เดินมาเสยผมคูล*

อิจฉาล่ะซี่~~~ *โดนตบตายไป*

อาอาอา หวานน่ารักชิมัดเลยยย *ฟัดๆๆๆ*

โถว..ก้านผู้ปล่อยให้ห้องครัวรกร้างมาเป็นนานปี...อาหารของอีวานโผล่มาทีประเสริฐแท้


ว้ายย ขอบคุณคุ่นมากนะเนี่ยแต่งได้กระชากหัวใจมากเลย น่าร๊ากกอ่า บ้าเอ๊ยยยย *ฟัดหวานอีกรอบ*

#9 By konoha [Thankfully] on 2009-10-02 15:31

อา ขยันจริง จริ๊งงงง > <
อีหรอบนี้อนาคตจะได้เป็นแม่ศรีเรือนอยู่เฝ้าบ้านเฝ้าเรือนคงไม่ไกลแล้วสินะเนี่ย (ฮา)

แอ่ก รอเชียร์นะวาน !!!

#10 By Pupu Meteor on 2009-10-02 16:08

หวานเอ๊ย

แค่นี้ก้านก็จะรักจะหลงจะตายอยู่แล้ว 555

open-mounthed smile

#11 By ทราย on 2009-10-02 23:46

เอ่อ.. ผิดมั้ยคะ ถ้าจะขอเม้นคำเดียวว่า

"มิคกี้เมาส์"

/วิ่งหนีพี่กันต์ 55555

#12 By -'๓'- Hiim€k@ -'๓'- on 2009-10-03 20:52