[BT] Boy and the cat
posted on 23 Nov 2009 23:19 by kunkung in Blodwen
...เจ้าแมวตัวนั้นมันมาอีกแล้วล่ะ
เด็กชายผมสีน้ำตาลคนหนึ่งพึมพำในใจแล้วลอบสังเกตการณ์บางอย่างจากหน้าต่างบนชั้นสอง สายตาของเขาทอดมองไปยังแปลงดอกไม้ที่ปลูกไว้ข้างบ้านซึ่งมีดอกแดฟโฟดิลสีเหลืองนวลชูช่ออยู่อย่างสวยงาม แต่ว่า ท่ามกลางแปลงดอกไม้ที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบกลับมีแขกไม่ได้รับเชิญตัวหนึ่งผลุบๆโผล่ๆมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว
เจ้าแมวสีเทาแต้มลายดำตัวอวบอ้วน - - มันอยู่ตรงนั้น - - กำลังใช้อุ้งมือที่ไม่ได้ใหญ่เกินไปกว่าช้อนทานข้าวตะปบดอกไม้ให้แกว่งไปมาด้วยความซน เดี๋ยวกระโดดตะครุบใบไม้บ้าง เดี๋ยวอ้าปากเคี้ยวกลีบแดฟโฟดิลหยับๆบ้าง ราวกับว่าแปลงดอกไม้พวกนี้เป็นสวนสนุกชั้นยอดสำหรับมันก็ไม่ปาน
อีวาน เด็กชายวันแปดขวบผู้กำลังป่วยเป็นไข้หวัดรู้สึกสนุกที่ได้แอบดูพฤติกรรมของมันเช่นนั้น เจ้าแมวเหมียวกลิ้งเกลือกตัวลงกับพื้นดินทำให้เขาต้องหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู - - มันน่ารักมาก - - หากไม่ติดว่าเขาถูกสั่งให้ห้ามลุกขึ้นจากเตียง อีวานก็คงจะเผ่นลงไปด้านล่างแล้วลูบหางฟูฟ่องของมันด้วยความหมั่นเขี้ยวแล้วทีเดียว
แต่ตอนนี้อีวานกำลังป่วย เมื่อวานเขารู้สึกว่าตัวเองมึนหัวแล้วก็ตัวร้อน คุณแม่จึงตัดสินได้ว่าอีวานกำลังป่วยเป็นไข้หวัดครั้งแรกในรอบสามปีเสียแล้ว - - ตามปกติ คนที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดมักจะไม่ป่วยเป็นโรคอื่นๆมากนักเพราะเชื้อหอบหืดมักจะครอบครองอาณาเขตในร่างกายของเหยื่อ ( =ตัวเขาเอง ) เอาไว้เองเสียสิ้น ไม่คิดจะแบ่งปันสัมปทานร่วมกับใครอื่นที่อ่อนแอกว่าเลยสักกะผีกเดียว
สงสัยคราวนี้ เจ้าไข้หวัดคงจะไปอัพเกรดตัวเองมา ถึงเล่นเอาลูกชายคนเดียวของนายและนางแอสเทอร์นอนซมได้แบบนี้...
เด็กชายยกมือหนึ่งขึ้นสัมผัสผิวของกระจกหน้าต่าง เขยิบใบหน้าเข้าไปใกล้อีกเพื่อมองดูแมวตัวนั้นให้ชัดๆ เขาชอบสัตว์มากมาแต่ไหนแต่ไรดังนั้นแมวตัวนี้จึงทำให้เขาสามารถนั่งมองได้ทั้งวันโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อเลย
เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้นทำให้อีวานละสายตาจากแมวข้างนอกหน้าต่างแล้วหันมามอง - - คุณพ่อของเขานั่นเองที่เข้ามาพร้อมกับซุปข้าวโพดร้อนๆ นายแอสเทอร์เป็นผู้ชายร่างสูงผอม แก้มตอบนิดๆ มีเส้นผมและดวงตาสีน้ำตาลฉายแววอ่อนโยนเหมือนลูกชายอย่างกับแกะ ...จริงๆควรจะเรียกว่าอีวานเป็นฝ่ายเหมือนมากกว่าสินะ
"คุณพ่อดูนั่นสิครับ แมวมันมาเที่ยวบ้านเราล่ะ"
นายแอสเทอร์เลิกไรคิ้วขึ้นสูง วางถาดอาหารลงแล้วเดินไปมองยังจุดที่อีวานชี้
"นั่นเจ้าอาเธอร์ เป็นแมวของคุณแลมพรูชที่อยู่บ้านถัดจากเราไปสามหลังไงลูก" เขาพูดให้ลูกชายฟัง เมื่ออีวานได้รู้ชื่อแมวก็ยิ่งสนใจ หันมาอ้อนวอนบิดา
"วันหลังเราขอยืมมันมาจากคุณแลมพรูชได้ไหมครับพ่อ"
"บ้านเราไม่มีหนูนะ"
"ผมแค่อยากลองกอดเจ้าอาเธอร์มั่ง ขนมันคงจะนุ่มดีนะครับ"
"........"
นายแอสเทอร์หยุดมองลูกชายแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาวางมือลงบนหัวลูกแล้วลูบเบาๆ ทอดสายตาไปยังแมวอวบอ้วนที่คลุมกายด้วยขนหนาน่าสัมผัสตัวนั้นเหมือนกัน
"ไม่ได้หรอก..." นั่นคือคำตอบสำหรับคำขอของอีวาน
"ทำไมล่ะ"
"....อย่าเอามันมาเล่นเลยลูก"
พอได้ฟังการปฏิเสธจากผู้เป็นพ่อ อีวานก็ได้แต่นั่งหง่อมเหงาสีหน้าสลดลง ไม่ได้ถามย้ำถึงเหตุผลอีกว่าทำไมเพราะกำลังผิดหวัง - - เห็นดังนั้นนายแอสเทอร์จึงรีบเดินอ้อมเตียงไปยกถ้วยซุปที่จงใจปรุงให้หวานน้ำผักเป็นพิเศษมาเอาใจใหญ่ อีวานไม่ใช่เด็กดื้อ เมื่อเห็นว่าคุณพ่อทำแบบนั้นจึงรีบยิ้มให้แล้วยอมนั่งทานซุปดีๆโดยมีคุณพ่อนั่งมองอยู่ข้างๆและใช้มือจัดผ้าปูที่นอนให้เรียบตึงไปพลางเพื่อที่ลูกของเขาจะได้นอนหลับสบาย
เสียงครางหง่าวดังแว่วๆอยู่ที่ด้านนอก - - เสียงของเจ้าอาเธอร์น่ะเอง
-----------
แม้จะใกล้เวลาเข้านอนแล้วแต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ คราวนี้อีวานเลยลองไปขอกับคุณแม่บ้างเผื่อว่าท่านจะใจอ่อน
"....นะครับคุณแม่ อาเธอร์เป็นเด็กดีนะ ผมมองมันอยู่ มันมาเล่นที่สวนข้างบ้านทุกวันเลย" สองวันสำหรับอีวานเพียงพอต่อการเป็นทุกวันแล้ว
"ไม่ได้หรอกจ้ะอีวาน" นางแอสเทอร์ตอบอย่างเดียวกับที่สามีตอบไม่มีผิด เธอกำลังใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าให้ลูกชาย อาการของอีวานดีขึ้นมากคาดว่าอีกไม่นานก็คงแข็งแรงพอที่จะไปโรงเรียนได้แล้ว
"ลูกไม่ควรเล่นกับแมวนะจ๊ะ"
"ทำไมล่ะครับ"
"ก็คือว่า......" เธอหยุดคิดไปครู่หนึ่ง - - ลูกชายของเธอทำหน้าเศร้าได้น่าสงสารเหลือเกิน
"แมวมันอันตราย ไว้ลูกโตกว่านี้ก่อนก็แล้วกัน" แล้วคุณแม่ก็เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น "จริงสิ ยาพ่นของลูกหมดแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ไปขอคุณหมอให้ใหม่นะจ๊ะ"
อีวานไม่ได้พยักหน้าตอบรับแม่ - - เด็กชายไม่เข้าใจ ...ไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมเขาถึงเล่นกับแมวไม่ได้ทั้งๆที่มันก็ออกจะดูน่ารัก แล้วเขาก็ชอบมันมากด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากเถียงหรือทำท่าเอาแต่ใจกับพ่อแม่จึงได้แต่รับคำเงียบๆ - - ....คิดว่าทำไมกันหนอวนเวียนซ้ำกันไปมาในหัวเล็กๆจนกระทั่งนางแอสเทอร์จูบส่งเขาเข้านอน และคิดมากเสียจนผล็อยหลับไป
---------------
....วันนี้มันก็มาอีกแล้วล่ะ…
แปลงดอกแดฟโฟดิลแปลงนี้ช่างเป็นที่ชื่นชอบของเจ้าอาเธอร์จริงๆ - - เจ้าแมวอ้วนนอนแผละอาบแดดอยู่ตรงนั้นเหมือนวันก่อนๆ มีกลีบดอกไม้สีเหลืองที่ถูกกัดทึ้งไม่เหลือความงามเกลื่อนกระจุยกระจายประดับบารมีอยู่ด้านข้าง - - อีวานหัวเราะเมื่อเจ้าอาเธอร์ทำท่าเหมือนจะเคลิ้มๆหลับ แล้วก็สะดุ้งตื่นตกใจเมื่อหางไปปัดถูกซากผลงานของตัวเองเข้า มันคงนึกว่ากลีบดอกไม้พวกนั้นเป็นสัตว์อื่นสินะ
"ตัวเองทำเองอยู่เมื่อกี้แท้ๆ...." อีวานขำ เจ้าอาเธอร์สปริงตัวขึ้นจากพื้นแล้วกวาดสายตามองหาสัตว์อื่นที่มันเข้าใจผิดไปยกใหญ่ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอื่นนอกจากมันเลยก็ค่อยวางใจนั่งแหมะลงบนพื้นเหมือนเดิม ทับดอกไม้ดอกหนึ่งให้สังเวยลงคาก้นใหญ่ๆของมัน เงยหน้ามองนู่นมองนี่ แล้วก็บังเอิญไปสบตาเข้ากับเด็กผู้ชายผมน้ำตาลท่าทางซีดเซียวขี้โรคคนหนึ่งซึ่งกำลังหัวเราะมันอยู่บนชั้นสองของบ้านหลังข้างๆพอดี
อีวานทำตาโตเมื่อเจ้าอาเธอร์หยุดกิจกรรมอาบแดดของตัวเองลงดื้อๆเสียอย่างนั้น มันลุกขึ้นยืนแล้วกระโดดใส่ระแนงรั้วไม้ที่คั่นระหว่างแปลงแดฟโฟดิลกับบ้านของเขาก่อนตะเกียกตะกายขึ้นมาทางที่เขาอยู่
"เอ๊ะ!?"
แมวอ้วนสีเทาร้องเหมียวๆ ปีนป่ายรั้วไม้สูงขึ้นมาเรื่อยๆ อีวานเบิกตากว้างมองมันไม่ละสายตา สองมือของเขายกขึ้นนาบกับกระจกด้วยความตื่นเต้นอย่างไม่รู้ตัว
....หง่าววววววว.....
อาเธอร์เหินฟ้าแผล็ว พุงกระเพื่อมเป็นลอน ลงจอดยังอีกฝั่งหนึ่งของกระจกของหน้าต่างบานเดียวกับที่อีวานนั่งอยู่พอดี
....หง่าวววว.............หง่าววววววว.......
การมีแมวในระยะห่างกันเพียงกระจกคั่นแบบนี้ทำให้เด็กชายตื่นเต้นมากเสียจนเก็บอาการไม่อยู่
ก็แมวที่เคยมองอยู่จากที่ไกลๆ ตอนนี้มาอยู่ใกล้สุดๆไปเลยล่ะ!
อีวานลองเลียนเสียงแมวดูก่อนเพื่อให้แมวรู้สึกเหมือนเขากับมันเป็นพวกเดียวกัน เด็กชายร้องเหมียวๆ เหมียวๆ ให้ใกล้เคียงกับที่เคยได้ยินที่สุด พยายามพูดคุยกับอาเธอร์ด้วยรอยยิ้มแก้มแทบปริ พออาเธอร์ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างที่ใกล้เคียงกับตัวเองก็หูตั้งมองต้นเสียงอย่างสนใจ - - อีวานเป็นปลื้มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นที่รักของสรรพสัตว์ก็วันนี้ - - ความจริงคืออาเธอร์เป็นแค่แมวบ้านธรรมดา พอเห็นว่ามีคนอยู่ใกล้ๆจึงเข้ามาหวังจะขออาหารเท่านั้นเอง
"เหมียว เหมียวๆ เมี้ยว~~~" คนถูกขอก็ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวเอาซะเลย ยังคงเข้าใจว่าอาเธอร์เองก็คงพิศสวาทเขามากเหมือนกัน
เจ้าแมวอ้วนดมบานกระจกฟุดฟิด งุนงงว่าทำไมเจ้าขี้ก้างตัวนี้มันถึงเอาแต่ร้องเหมียวๆ ไม่รู้จักเอาอาหารมาให้ข้าบ้างเลย - - ว่าแล้วก็ใช้อุ้งเท้าตบหน้ามันสั่งสอนไปสักทีหนึ่ง ปรากฏว่าบานกระจกที่กั้นระหว่างแมวกับคนมันกลับเคลื่อนออกนิดหน่อยเสียอย่างนั้น
อีวานชะงัก มองจมูกสีชมพูชื้นนิดๆของเจ้าอาเธอร์ที่แหย่เข้ามาตามช่องว่างที่เกิดขึ้น
เด็กชายพลันเกิดความคิดบางอย่าง ตอนนี้แม่ของเขาไปโรงพยาบาลเพื่อรับยาประจำตัวซึ่งหมดแล้วให้ ส่วนคุณพ่อก็ไปทำงาน ที่บ้านนี้จึงเหลือแค่เขากับแมวตัวนี้เท่านั้น อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ อีวานอยากเล่นกับเจ้าอาเธอร์มากเหลือเกิน
"อาเธอร์เป็นเด็กดีใช่ไหม เป็นแมวที่ดีที่สุดในเมืองนี้เลยใช่ไหม ฮึ?"
นิ้วมือเล็กๆของอีวานตัวน้อยวัยแปดขวบเลื่อนบานหน้าต่างออกไปช้าๆ กำจัดฉากกั้นเสียหมดสิ้น - - เจ้าอาเธอร์พอเห็นว่ากระจกหายไปก็ยืนนิ่งอย่างลังเลไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปดีหรือไม่เข้าไปดี เล่นเอาอีวานที่เห็นท่าทางสับสนของมันต้องหัวเราะคิก
"เข้ามาสิ เข้ามาๆ"
เขาเอื้อมมืออกไป แตะถูกต้นขาหน้าของมันเบาๆ จากนั้นก็อดใจไม่ไหวต้องใช้สองมือช้อนร่างอวบอ้วนของมันขึ้นมาแล้วดึงตัวเข้าไปในห้องราวกับมันเป็นตุ๊กตาแสนรัก ขนของมันนุ่มนิ่มเหมือนอย่างที่จินตนาการเอาไว้เลย!
"อาเธอร์น่ารัก - - น่ารัก แมวน่ารัก!"
เจ้าอาเธอร์ครางเหมียวหง่าวอยู่บนเตียงเดียวกับอีวาน ทีแรกมันพยายามจะดิ้นหนีแต่พอรู้สึกว่าที่นี่อุ่นและนุ่มสบายกว่าพื้นข้างล่างเยอะเลยก็เริ่มมีท่าทางอ่อนลง อีวานเกาใต้คางให้มันอย่างดี๊ด๊าดีใจ ยิ่งเห็นว่ามันชอบ รอยยิ้มที่กว้างอยู่แล้วก็ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก ความหมั่นเขี้ยวอย่างจะกอดมันแรงๆแล่นไปทั่วร่างจนในที่สุดก็ต้องคว้ามันหมับ!
"อาเธอร์น่ารัก แมวน่ารัก!" อีวานพูดได้แต่เพียงคำนี้
…………………………………………………………………………………………
…………………………..….……………………….………………………
……………………………………………….……………………….
……………………………………..………………………
………………………………………………………
…………………….……………………….
……………………………….
………………………
……………..
...เอ๊ะ..
.....
จู่ๆอีวาน ก็พบว่าตัวเองกำลังน้ำตาไหลโดยไม่รู้สาเหตุ
ตาของเขาแสบและเคือง เหมือนกับตอนนั้นที่เขาถูกลังฝุ่นตกใส่ - - มันเคืองมากเสียจนมีน้ำตาไหลออกมา อีวานยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ
จากนั้นจมูกก็มีน้ำมูก อีวานคว้ากระดาษทิชชู่ที่แม่ของเขาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงเสมอมาสั่งมันทิ้ง แต่ไม่นานก็เกิดขึ้นมาอีก - - เจ้าอาเธอร์ปีนขึ้นบนโต๊ะแล้วตะปบเศษกระดาษทิชชู่ใช้แล้วไปมา
อาเธอร์ ไม่เอา อย่าเล่นสิ
อีวานกำลังจะอ้าปากดุมัน
"อ้ะ....!"
แต่จู่ๆเขาก็ถูกบีบคอ ด้วยอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็น ราวกับมีมือล่องหนกำลังบีบคอของเขาอยู่จนหายใจไม่ออก อีวานไอค่อกแค่ก รู้สึกอึดอัด เขากุมลำคอของตัวเองเอาไว้ด้วยความตกใจ แล้วไออย่างรุนแรงจนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกกลัว - - พยายามสูดอากาศเข้าไปอย่างยากลำบาก แต่ก็หายใจไม่ออก... หายใจไม่ออก!
"อึ้ก!!"
อะไร - - เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมจู่ๆถึงได้เป็นแบบนี้?
น้ำตาของอีวานไหลออกมาจากดวงตาที่แดงก่ำด้วยความระคายเคือง เขาพยายามปัดป่ายหาหลอดยาพ่นที่มักจะวางเอาไว้คู่กับกระดาษทิชชู่แต่ก็ไม่มี แม่ของเขายังไม่กลับมา อีวานรู้สึกทรมานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาอ้าปาก กลืนกินอากาศลงไปเท่าไร่ๆก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น ร่างกายของเด็กชายสั่นเทิ้มก่อนจะเปลี่ยนเป็นหอบอย่างน่ากลัว เสียงวี้ดดังถี่ๆขึ้นเหมือนถุงลมที่ถูกเจาะ อีวานงอตัวคุดคู้บนที่นอนจนผ้ายับยู่ยี่ จับลำคอของตัวเองเอาไว้ เหงื่อเม็ดโตๆผุดพรายเต็มใบหน้า ริมฝีปากเริ่มเป็นสีเขียวจากการขาดอากาศ - - แมวอาเธอร์กระโดดลงจากโต๊ะข้างเตียงแล้วเผ่นหนีออกหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้หนีหายไป
หายใจไม่ออก
หายใจไม่ออก
หายใจไม่ออก
.
.
.
.
.
ทรมานจัง ช่วยด้วย
อีวานร่วงหล่นจากเตียงแล้วหมดสติไป
---------------------------
เขาตื่นขึ้นอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล มีท่อหายใจครอบปากและจมูกอยู่ แม่ของเขานั่งร้องไห้อยู่ข้างๆโดยมีคุณพ่อในชุดทำงานคอยปลอบ นาฬิกาสีสะอาดที่ตั้งอยู่บ่งบอกว่าเขาสลบไปจนดึกดื่นป่านนี้ทีเดียว
อีวานไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้หนักขนาดนี้ แม่ของเขาละล่ำละลักโทษตัวเองว่าไม่ยอมบอกเขาก่อนตั้งแต่แรกว่าเขาแพ้ทั้งฝุ่น ทั้งขนแมว ก่อนหน้าตอนที่เขายังเด็กมากเสียจนจำความไม่ได้ก็หวิดตายมาแล้วครั้งหนึ่งเพราะขนแมวเนี่ยล่ะ - - คุณแม่พูดว่าพอกลับบ้านมาก็เจอลูกชายตัวเองนอนนิ่งไม่หายใจอยู่บนบ้าน มีขนแมวกระจัดกระจายเต็มไปหมด ตอนนั้นในหัวมันว่างเปล่าเป็นสีขาวโพลน ได้แต่ร้องลั่นแล้วอุ้มลูกวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเท่านั้น - - แม้แต่เรื่องโทรเรียกรถพยาบาลก็ยังนึกไม่ออกเลย
...แม่ไม่อยากบอกลูกแต่แรก เพราะแม่กลัวว่าถ้าลูกรู้ ลูกจะรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอและด้อยกว่าเด็กคนอื่นๆเค้า.... - - แต่แม่คิดผิด อีวาน - - แม่ควรจะป้องกัน... - - แม่ขอโทษ....
อีวานน้ำตาไหล เขาหายระคายเคืองแล้ว แต่ก็ยังร้องไห้ออกมาอยู่ดี
หลังจากกลับมาที่บ้าน อีวานก็ไม่กล้าเข้าไปเล่นกับแมวอีก - - ทุกครั้งที่เขาเดินผ่านสัตว์เหล่านั้นขณะกลับมาจากโรงเรียน อีวานจะได้แต่มองให้มันเดินสวนกับเขาไปเฉยๆโดยไม่กล้าแม้แต่ร้องเหมียวๆทักมัน เขากลัวว่าถ้ามันหันกลับมา ถ้ามันส่งเสียงร้อง ถ้ามันวิ่งมาพันแข้งพันขาใส่เขา แล้วจะเกิดใจอ่อนจนประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง
เด็กชายยังคงชอบอาเธอร์ ยังคงชอบแมวและสัตว์อื่นๆ ยังคงอยากกอดมัน แต่อีวานไม่ต้องการจะเห็นแม่ของเขาร้องไห้อีกแล้ว ดังนั้นจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากตัดใจ
อีวานรู้ว่าไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่ต้องเลือกทำแบบนั้น
พ่อของเขาก็รักแมวมาก
แล้วก็ป่วยเป็นโรคหอบหืดเช่นเดียวกัน
--------------------
จบละ
คอมคุ่มน่ะนะ...คอมคุ่นน่ะมัน.. ฮึก... ฮือ.....
***แถมท้าย บางทีมันก็มีอดใจไม่ไหวกันบ้าง - - อ้ะลืมถมดำแจ๊ค... OTZ
